[BL] Jewel AkiShira {Ch2}

posted on 20 Sep 2008 21:49 by akisame  in Sakurabiyori

 

 

 

 

                กลับมาแล้วครับคำทักทายติดปากที่ต้องใช้อยู่เป็นประจำเมื่อกลับถึงบ้านดังออกมาจากปากของผู้กลับมาถึง

 

                ร่างสูงโปร่งเจ้าของเรือนผมสีดำยาวราวกลางหลังถอดรองเท้าของตนออก แล้ววางในตู้เก็บรองเท้าอย่างเรียบร้อย ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าสวยจะฉายแววอ่อนโยนออกมา เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งถี่ดังประสานของคนในบ้าน หนึ่งคนกับอีกสามตัว ฟังดูแล้วก็เพราะไปอีกแบบ ท่าทางคงจะรีบน่าดูถึงได้ยินเสียงฝีเท้าสะดุดอยู่หลายครั้ง รีบเสียจนขัดแข็งขัดขากันเอง

 

                คิดถึงพี่มากสินะ ชิคาระ

 

                พี่ชิราโทริ~~ ไหนบอกว่าจะกลับมาวันพรุ่งนี้ไงครับ

 

                ผู้เป็นน้องโผเข้ากอดต้อนรับผู้เป็นพี่อย่างแนบแน่น ตามติดด้วยสุนัขสายพันธุ์อัลเซเชี่ยนร่างยักษ์ทั้งสามที่เข้ามาอ้อนซุกไซร้อยู่ไม่ห่าง ผู้เป็นพี่กอดตอบ มือเรียวลูบหลังของน้องชายอย่างเอ็นดู ริมฝีปากบางแย้มรอยยิ้มกว้างให้กับการต้อนรับอย่างอบอุ่นของอีกฝ่าย ที่อ้อนมากแบบนี้แสดงว่ากำลังคิดถึงเราอยู่สินะ ใช่รึเปล่าน้า น้องชายคนเก่งของพี่

 

                ก็พี่อยากให้แปลกใจเล่นน่ะสิ ดีใจรึเปล่า

 

                พี่ชายคนสำคัญกลับมาบ้านทั้งที ผมก็ต้องดีใจสิครับ ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยครับเนี่ย ผมช่วยถือนะไม่พูดเปล่าสองมือรีบช่วยถือบรรดาข้าวของมายังห้องนั่งเล่นอย่างร่าเริงโดยไม่ทันสังเกตถึงสายตาของผู้เป็นพี่ที่มองสำรวจถึงความเปลี่ยนแปลง

 

                เส้นผมสีน้ำตาลยาวระเรี่ยบ่าเรียงตัวตรงสวยยังคงสุขภาพดี ขัดกับดวงหน้าหวานน่ารักที่ดูซูบผอมลงไปเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลแฝงความอ่อนล้ายามเมื่อสบตา ถึงอีกไม่นานก็จะกลับมาแข็งแรงและร่าเริงเหมือนเดิม แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

               

                ไงร็อค อ้วนขึ้นกว่าก่อนรึเปล่าเนี่ย ราล์ฟก็ด้วย เดรนก็ด้วย แต่ว่าชิคาระของพี่ดูผอมลงนะ ไม่สบายรึเปล่า?”

 

                ชิราโทริลูบหัวสุนัขตัวใหญ่เจ้าของแผงคอสีเงินตัวแรก แล้วย้ายมือลูบหัวทักทายเจ้าสุนัขที่เหมือนกันราวกับฝาแฝดตัวต่อมา หากแต่ขนที่แผงคอนั้นเป็นสีทอง และตบท้ายด้วยเจ้าจอมตะกละที่มีขนแผงคอสีม่วง ก่อนที่จะไต่ถามถึงทุกข์สุขของน้องชายอย่างห่วงใย

 

                เปล่าครับ ผมไม่เป็นอะไรหรอก แค่เห็นหน้าพี่ผมก็หายแล้วล่ะชิคาระยิ้มกว้าง พลางส่ายหน้าน้อยๆ ว่าแต่พี่เพิ่งกลับมาถึงเหนื่อยๆหิวหรือเปล่าครับ หรือว่าจะรับน้ำชากับขนมดี

 

                ดวงตาสีฟ้าสบดวงตาสีน้ำตาลของผู้เป็นน้องกลับแทนรอยยิ้มพร้อมกับคำตอบ

 

                พี่ทานมาแล้วล่ะ แล้วเราล่ะดึกป่านนี้ยังไม่เข้านอนอีกเหรอ?”

 

                พี่รองของบ้านทิ้งกายลงบนโซฟาสีครีมอ่อนตัวใหญ่ เอนตัวพิงพนักช้าๆเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง คงไม่มีที่ไหนที่จะทำให้หัวใจรู้สึกอบอุ่นได้มากไปกว่าที่บ้านอีกแล้ว และยิ่งรู้ว่าที่บ้านหลังนั้นมีคนเฝ้ารอการกลับมาของเราอยู่ด้วยแล้วล่ะก็ หัวใจก็จะยิ่งอบอุ่น รู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง จนทำให้อดคิดไม่ได้เลยว่านี่ก็นานแล้วเหมือนกันที่เขาไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกดีๆแบบนี้

 

                เป็นเพราะหน้าที่ตัวเขาถึงจำเป็นต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลาจนแทบไม่ติดอยู่กับบ้าน นานๆสักครั้งหนึ่งถึงจะมีเวลาได้กลับมาพักผ่อน การที่คนเรามีบ้านให้กลับมันรู้สึกดีอย่างไรในที่สุดตัวเขาก็เข้าใจถึงความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดี โชคดีจริงๆที่มีบ้านให้กลับ

 

                ผมก็กำลังจะเข้านอนอยู่พอดีเลย แต่ว่าตอนนี้ผมไม่ง่วงแล้วล่ะ ไม่ได้เจอพี่ตั้งนานผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยเยอะแยะเลย แต่กลัวว่าพี่จะเหนื่อย....”

                ชิคาระดูสดชื่นขึ้นมาทันตาด้วยเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที ปรากฏรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าสวยไม่แพ้ผู้เป็นพี่อยู่บ่อยครั้ง มาทำหน้าอ้อนๆแบบนั้นแล้วจะไม่ให้ใจอ่อนได้ยังไงล่ะ

 

                ใบหน้าหวานคมแย้มยิ้มให้กับน้องชายขี้เหงา พี่เองก็มีเรื่องสนุกๆจะเล่าให้เราฟังเหมือนกัน

 

                 และแล้วการสนทนาไต่ถามทุกข์สุขรวมถึงเรื่องจิปาถะต่างๆระหว่างพี่น้องที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมานานก็ดำเนินไปจนเกือบค่อนคืน ทันทีที่เห็นนาฬิกาตีบอกเวลาเตือนให้รับรู้ว่าดึกมากแล้ว บทสนทนาจึงเป็นอันต้องหยุดชะงักลงเนื่องด้วยรู้ดีว่าต่างฝ่ายต่างก็มีงานที่จำเป็นต้องสะสางในวันรุ่งขึ้น

 

ชิคาระละสายตาจากนาฬิกาตั้งพื้นทรงโบราณเรือนยักษ์ แล้วเอ่ยถามคำถามสำคัญเป็นการปิดท้าย ดวงตาเฝ้ารอคำตอบเป็นประกาย

 

                แล้วครั้งนี้พี่จะอยู่ที่บ้านนานรึเปล่าครับ เห็นพี่อากิฮะส่งข่าวมาบอกว่าช่วงนี้ลาพักร้อนได้  ถ้าหากพี่อยู่ถึงวันงานเทศกาลชมดอกไม้  ปีนี้พวกเราจะได้ไปดูด้วยกันอีก

 

                ชิราโทริหัวเราะเบาๆ คาดว่าคงได้อยู่นานจนชิคาระจะต้องเบื่อหน้าพี่แน่ๆ

 

                ทำไมพี่ถึงพูดอย่างนั้นล่ะครับ  ผมดีใจมากต่างหาก...”

 

                ชิคาระมุ่ยหน้าเล็กน้อยที่ถูกหยอก ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ไม่ต่างจากอีกคนที่ยิ้มตามออกมาเหมือนกัน

 

                ดึกแล้วไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องขึ้นแสดงใหญ่ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวไปหลับคาเวทีพี่ไม่รู้ด้วยนะ

เป็นเพราะถูกจี้ตรงจุดจึงไม่แปลกที่ใบหน้าของคนถูกหยอกจะเรื่อสีแดงเข้มด้วยความเขินอาย เมื่อจินตนาการไปถึงภาพการแสดงดนตรีของวันรุ่งขึ้นโดยที่มีตัวเองนั่งหลับอยู่บนเปียโนอย่างมีความสุข ก็อย่างพี่ก็พูดนั่นแหละ ถ้าไม่ไปนอนตอนนี้มีหวังได้หลับคาเปียโนเหมือนอย่างที่คิดเมื่อกี้แน่ๆ แต่ถ้าจะเลวร้ายกว่านั้นก็คงเป็นเล่นผิดโน้ตหรือไม่ก็เล่นผิดคีย์ ไม่เอานะ อุตส่าห์ตั้งใจซ้อมมาตั้งนาน              

 

                ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่ชิราโทริ

 

                ราตรีสวัสดิ์นะ ชิคาระ

                 

                สองพี่น้องต่างส่งยิ้มให้กันและกัน บอกลาให้แต่ละฝ่ายได้นอนหลับฝันดี แล้วจึงได้แยกย้ายกันไป

 

                ชิราโทริถือกระเป๋าเดินทางสีดำใบใหญ่ด้วยมือข้างขวา ส่วนอีกมือนั้นถือกระเป๋าเอกสารใบเล็กอีกใบ แล้วตรงขึ้นไปยังชั้นสองจนถึงห้องนอนของตน ดวงตาสีฟ้ากวาดมองข้าวของที่ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบภายในห้องอย่างช้าๆ ทุกอย่างดูหมดจดสะอาดเอี่ยม ไม่เหมือนกับห้องที่ไม่มีคนอยู่มาถึงสี่เดือน ชิคาระคงมาทำความสะอาดเตรียมเอาไว้ ดอกไม้พวกนี้ก็เหมือนกันคงเตรียมเอาไว้ต้อนรับเราสินะ ดวงตาคู่สวยมองกลีบดอกสีชมพูอ่อนของดอกซากุระที่อยู่ในแจกับบนโต๊ะทำงานอย่างรื่นรมย์ ก่อนที่จะปิดประตูห้องแล้ววางกระเป๋าเดินทางไว้ข้างเตียง

 

                ชายหนุ่มเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน วางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะ แล้วเลื่อนลิ้นชักชั้นล่างสุดออกมาเพื่อหารูปถ่ายใบหนึ่งจากอัลบั้มรวมรูปภาพสมัยเด็กของพี่ชายคนโตของบ้าน ริมฝีปากระบายยิ้มบางเมื่อพบรูปภาพที่ต้องการ

 

                ภาพถ่ายสมัยที่เขายังเป็นเด็กย้อนกลับไปเมื่อสิบแปดปีก่อน ตอนที่เขามีอายุได้เพียงแค่สี่ขวบ รอยยิ้มบางฉาบอยู่บนใบหน้าสวยเมื่อดวงตาสะท้อนภาพของเด็กชายวัยสิบขวบสองคนที่มีใบหน้าเหมือนกันราวกับแกะในรูปถ่าย หากแต่ต่างกันตรงที่ว่าหนึ่งในนั้นมีตัวเขาในสมัยนั้นยืนเกาะติดอยู่ข้างๆ เดาไม่ผิดจริงๆ ถ้าเหมือนกันขนาดนี้ต่อให้คุณใช้ชื่อแฝงเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงอีกเป็นร้อย ผมก็สามารถหาคุณจนเจอ

 

                โทรายาสึ ไทระเพื่อนสนิทสมัยเด็กของพี่อากิฮะ ไม่สิ ตอนนี้ผมต้องเรียกคุณว่า นารุคามิ อากินะต่างหาก

 

                ทั้งที่ช่วงนี้เป็นช่วงพักร้อนที่ปกติเขาจะต้องลางานกลับมาพักผ่อนที่บ้านเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้กลับต้องรับงานกลับมาทำด้วย ถ้าไม่ติดว่าเนื้องานนั้นน่าสนใจจนน่าเสียดายที่จะปล่อยให้หลุดมือไปแล้วตัวเขาเองก็ไม่คิดจะรับงานนี้เหมือนกัน สาเหตุหลักที่ทำให้เขาต้องปฏิเสธงานถึงแม้จะมีความสำคัญระดับโลกก็ตามนั่นไม่ใช่เป็นเพราะระดับความเสี่ยงของตัวเนื้องาน ต่อให้ลำบากต้องเสี่ยงอันตรายมากแค่ไหนเขาก็เคยทำมาหมดแล้ว แต่ติดอยู่ตรงที่น้องชายของเขา

 

                ทสึคิคาเงะ ชิคาระถึงเจ้าตัวจะไม่พูดอะไรและยิ้มอวยพรให้ปลอดภัยเหมือนอย่างเคย แต่ลึกๆลงไปแล้วคงจะเหงามากทีเดียว หวังว่าพี่อากิฮะคงจะว่างดูแลน้องชายที่น่าสงสารคนนี้นะ พี่ขอโทษจริงๆชิคาระ

 

                มือเรียววางรูปถ่ายที่ถืออยู่ลงบนโต๊ะ เปลือกตาบางปิดลงเพื่อทบทวนข้อมูลของภารกิจที่ได้มา การคุ้มครองชีวิตของคนที่เป็นฉนวนสำคัญซึ่งเคยเป็นสาเหตุหลักของปะทะกันระหว่างกลุ่มยากูซ่าฝั่งญี่ปุ่นทั้งสองฝ่าย ซึ่งมันก็คงจะไม่จำเป็นที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสากลอย่างเขาเข้ามายุ่งเกี่ยวถ้าหากปัญหานี้จบลงเพียงแต่ในประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ลุกลามมาจนถึงประเทศอื่นๆ ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ไม่ต่างจากสายใยที่ซับซ้อน ยากแก่การวิเคราะห์ถึงรายละเอียดของทุกสายสัมพันธ์ ซึ่งในบางครั้งการกระทำก็ไม่สอดคล้องกับเหตุผลตามที่ควรจะเป็น จะมีใครไปเดาใจมาเฟียหรือยากูซ่าพวกนี้ได้ถูก เมื่อไหร่ที่คนพวกนี้คิดอยากจะเป็นผู้คร่าชีวิตขึ้นมา พวกเขาก็ไม่เคยสนใจว่าผู้คนที่ต้องมารับเคราะห์จนต้องถึงแก่ชีวิตเหล่านั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันพวกของตนหรือไม่

 

                สิ่งที่ทำได้คือวิเคราะห์ถึงทิศทางที่เป็นไปได้ แล้วเตรียมแผนการป้องกันไว้ ก่อนที่ผู้คนบริสุทธิ์มากมายจะต้องรับเคราะห์อีกครั้ง

 

                เมื่อสิบปีก่อนด้วยสาเหตุใดก็ไม่ทราบ แต่จากข้อมูลใต้ดินที่สืบมาได้กล่าวกันว่ากลุ่มยากูซ่าที่ทรงอำนาจที่สุดของญี่ปุ่นสองกลุ่มได้เปิดฉากต่อสู้กัน บางก็ว่าเป็นการแย่งชิงอำนาจเพื่อเป็นที่หนึ่ง บางก็ว่าเพื่อเป็นเพราะผู้นำของทั้งสองฝ่ายแย่งชิงผู้หญิงคนเดียวกัน แต่ที่แน่ชัดที่สุดทุกคนล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าแก๊งค์ยากูซ่า ชิโรไดระได้วางแผนลอบสังหารผู้สืบทอดของแก๊งค์ยากูซ่า คามินาริแต่ผิดพลาด แล้วผู้โชคร้ายที่รับเคราะห์แทนในครั้งนั้นก็เป็นถึงหญิงสาวที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเสมือนดั่งดอกไม้ที่งดงามที่สุดในใจของทุกคน เป็นหญิงสาวที่เหล่าผู้นำของกลุ่มผู้มีอิทธิพลมืดล้วนแล้วเคยให้คำมั่นว่าจะปกป้องเธอจากอันตรายทุกสิ่ง และนั่นก็เป็นการจุดฉนวนให้ทั้งสองฝ่ายได้เข้าห้ำหั่นกันโดยซึ่งๆหน้า

 

                อีกหนึ่งฉนวนสำคัญที่ยังมีชีวิตรอดมาจากการต่อสู้ที่ยืดเยื้อและรุนแรงที่สุดเท่าที่มีมา จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้สืบทอดที่เป็นต้นเหตุที่แท้จริง คามินาริ อากินะ

 

                หากเอ่ยชื่อนี้กล่าวได้ว่าไม่ใครในวงการมืดในตอนนั้นไม่รู้จัก ผู้สืบทอดที่ทางฝ่ายชิโรไดระชิงชังจนถึงต้องวางแผนสังหาร ถึงจะฟังดูเป็นเรื่องปกติสำหรับวงการนี้ แต่สำหรับสองตระกูลที่ต่างฝ่ายต่างถ่วงอำนาจซึ่งกันและกันแล้ว หากกล้าพอที่จะทำลายสมดุลที่มีมาตั้งแต่อดีตก็จะหลีกเลี่ยงการที่จะต้องทำลายอีกฝ่ายให้ราบคาบไม่ได้อีกต่อไป เมื่อพญามังกรทั้งสองต้องเข้าห้ำหั่นด้วยอาวุธที่ทรงอำนาจในระดับเดียวกัน การที่จะทำลายอีกฝ่ายให้ได้อย่างที่คิดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะคิดยังไงก็เป็นการตัดสินใจที่ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะถ้าหากฝ่ายของตนเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา ฝ่ายที่ต้องจบสิ้นก็คือฝ่ายของตน และถึงในทางกลับกันหากฝ่ายของตนเป็นฝ่ายได้ชัยชนะก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงว่ากลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่อยู่เบื้องล่างเรื่อยมาจะรวมตัวกันแล้วฉวยโอกาสตลบหลังกลับมา

                แต่ทั้งที่รู้แก่ใจดีอยู่แล้วฝ่ายชิโรไดระก็ยังตัดสินใจลงมือ นั่นเป็นเพราะอะไร ยังมีเหตุผลอะไรอีกที่ทำให้พวกเขาต้องเอาชีวิตของคนๆนี้ให้ได้ ความอาฆาตที่ถึงแม้จะผ่านมาถึงสิบปีก็ยังคงไม่ตัดใจถึงแม้ว่าฝ่ายคามินาริจะเปลี่ยนตัวผู้สืบทอดมาตั้งแต่หลังเหตุการณ์ในครั้งนั้นแล้ว

 

                หลังการจากต่อสู้ในครั้งนั้น คามินาริ อากินะ ก็ถูกยกให้กับตระกูล นารุคามิซึ่งคาดว่าเป็นตระกูลพี่น้องที่สนิทใกล้ชิด หากแต่ตระกูลนี้เป็นเพียงตระกูลเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อในวงการธุรกิจ และไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับวงการในโลกมืด ถือได้ว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นหลักฐานยืนยันอีกชั้นว่าความสัมพันธ์ของกลุ่มผู้คนเหล่านี้ซับซ้อนจนเกินที่จะคาดเดา

                และแล้วประวัติที่แสนเรียบง่ายของ นารุคามิ อากินะก็ถูกอุปโลกน์ขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ทุกรายละเอียดเพียบพร้อมไปด้วยพยานหลักฐานทั้งสถานที่ รูปถ่าย และตัวบุคคล เพื่อกลบชื่อของ คามินาริ อากินะให้เลือนหายไปกับหน้าของประวัติศาสตร์ แล้วให้นารุคามิ อากินะที่เสมือนได้เกิดใหม่ในฐานะคุณชายของตระกูลเก่าแก่ได้ใช้ชีวิตต่อไปอย่างราบรื่นไม่มีใครสามารถสาวตัวได้ถึงอีกต่อไป คนพวกนี้กล้าพอที่จะบิดเบือนถึงความเป็นจริงถึงแม้อีกฝ่ายนั้นจะเป็นถึงรัฐบาลของชาติ และคิดว่าปิดรอยรั่วของความลับทั้งหมดได้อย่างแนบเนียนแล้ว แต่พวกเขาคงไม่คิดว่าในโลกนี้ยังมีเรื่องของความบังเอิญซ่อนอยู่

 

                ใครจะไปคาดคิดว่าเพื่อนสมัยเด็กที่สนิทที่สุดของพี่ชายจะบังเอิญเป็นคนๆเดียวกับพี่ชายของเพื่อนที่สนิทที่สุดของเขา ทสึคิคาเงะ ชิราโทริคนนี้ และเขาจะบังเอิญพอรู้ถึงความเป็นไปของตระกูลยากูซ่าคามินาริและตระกูลนารุคามิมาจากปากของเพื่อนสนิทของตน มิหนำซ้ำใครจะไปคาดเดาได้ว่าในอนาคตตัวเขาจะได้รับหน้าที่ให้คุ้มครองบุคคลที่เคยสาบสูญคนนั้นในฐานะบอดี้การ์ด อาชีพที่ต้องใช้ร่างกายเข้าคุ้มครอง และต้องแลกแม้แต่ชีวิตของตนเองเพื่อปกป้องผู้เป็นนายไว้

 

                และในครั้งนี้เรื่องราวทั้งหมดก็ได้เริ่มต้นขึ้นใหม่อีกครั้งเมื่อข่าวของ นารุคามิ อากินะที่ถูกลอบทำร้ายถึงหูของผู้นำตระกูลคามินาริ ยิ่งโชคร้ายเมื่อข่าวนี้ได้เล็ดลอดถึงหูผู้นำกลุ่มมาเฟียอีกหลายกลุ่ม ซึ่งสุดท้ายแล้วข่าวของการถูกลอบสังหารในครั้งนี้ก็แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว ข่าวที่รื้อฟื้นความทรงจำในอดีตรวมถึงความแค้นที่ยังคงฝังรากอยู่ให้ฟื้นคืนมา และร่วมกันรับรู้ว่าอดีตทายาทผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนั้นยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้หายสาบสูญอย่างที่เคยประกาศไว้

 

                ข่าวที่ทำให้ทุกคนสังหรณ์ถึงลางร้าย.....

 

                หากฉนวนที่มีชีวิตคนนี้ถูกสังหารสำเร็จจะเป็นอย่างไร ?  ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าผู้ที่ลงมือในครั้งนี้นั้นเป็นใคร ด้วยทิฐิที่มีมาจึงไม่ยากเลยที่จะบอกว่าผู้ที่บงการอยู่เบื้องหลังนั้นเป็นใคร หากไม่ใช่ ชิโรไดระและแน่นอนว่าฝ่ายคามินารินั้นจะไม่มีทางนิ่งนอนใจ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet