[BL] Jewel AkiShira {Ch6}

posted on 20 Sep 2008 22:24 by akisame  in Sakurabiyori

 

 

                ในระหว่างที่ชิราโทริเข้ามาช่วยเป็นลูกมืออยู่ในครัวแต่ไปๆมาๆก็กลายมาเป็นพ่อครัวตัวหลักเสียเองเมื่อหัวหน้าแม่บ้านรินนะเล็งเห็นถึงความสามารถ ชายหนุ่มจึงใช้โอกาสนี้ชวนคุยถึงเรื่องทั่วๆไป เริ่มจากเรื่องของริวอิจิเพื่อนรัก คนในครอบครัวคนอื่นๆ จนมาถึงเรื่องของอากินะ แล้วเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายคายความลับได้มากขึ้น และไม่เป็นที่สงสัยจึงใช้กลยุทธ์เดิมเป็นเหตุผล

 

                ชื่นชม? แหม แอบชอบนายน้อยอยู่ก็บอกมาเถอะค่ะ อยากรู้ข้อมูลเพราะว่าจะได้เอาใจถูกใช่มั้ยคะ แหมๆ วางใจได้เลย อยากรู้อะไรถามมาได้เลยค่ะ รับรองว่ารินนะคนนี้ให้คำตอบได้หมด เริ่มจากลูกเต้าเหล่าใครมีพี่น้องกี่คนดีมั้ยคะ? แล้วต่อไปก็เรื่องสีที่ชอบ อาหารที่ชอบ เสื้อผ้า? ไม่เอา เล่าเรื่องงานอดิเรกก่อนที่กว่า เอ หรือจะคุยกันเรื่องนิสัยก่อนดี เรื่องหน้าตาไม่ต้องพูดถึง หล่อลากดินจนสาวๆแทบจะลุกขึ้นมาตบแย่งกันต่อหน้าแต่เพราะกลัวว่าจะเสียภาพพจน์ก็เลยไม่มีใครกล้าทำ ไม่ได้โม้นะคะ เห็นกันว่าลับหลังถึงขั้นตั้งกลุ่มแฟนคลับกันอย่างเป็นทางการด้วย ลูกชายบ้านนี้เสน่ห์แรงกันทั้งบ้าน ที่สำคัญคือหน้าตาดีสุดๆ วันๆได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางหนุ่มหล่อแบบนี้เหมือนฝันไปเลยล่ะค่ะ

 

                คุณเคยเจอคนแบบนี้ไหมครับ คุยไปคุยมายังไม่ทันไรก็เปลี่ยนจากที่ตัวเขาแอบชื่นชมคุณชายสามอยู่เป็นแอบชอบเขาข้างเดียวด้วยจินตนาการสุดบรรเจิดของแม่บ้านวัยกลางคนๆนี้ แถมยังพูดเองเออเองเสียหมดโดยไม่รอให้เขาได้อ้าปากปฏิเสธ

                แล้วสุดท้ายจะเป็นยังไงต่อ? 

ก็ต้องเออออห่อหมกตามสิครับ ถึงจะต้องถูกมองด้วยสายตาคาดหวังแปลกๆอยู่บ้าง แต่ก็ดีที่อย่างน้อยเขาก็ได้ข้อมูลสำคัญมาหลายๆอย่างจนสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวบางส่วนเองได้ เพียงแค่ต้องตั้งหลักฟังให้ทันแล้วจับใจความสำคัญให้ได้ก็เท่านั้นเอง คิดแล้วก็ต้องนึกขอบคุณคุณครูสมัยประถมจริงๆที่อุตส่าห์พร่ำสอนเรื่องนี้ให้กับเรา

               

                เรื่องแรกที่ต้องอาศัยบุญบารมีของหัวหน้าแม่บ้านรินนะคือเรื่องฐานทัพที่พำนักของสมัครพรรคพวกแก๊งค์คามินาริอย่างที่สงสัยแต่แรก ใครจะไปคาดคิดว่าคฤหาสน์ที่เหมือนกันอีกหลังนั้นจะอยู่ในครอบครองของตระกูลคามินาริ เพียงแต่ใช้ชื่อของตระกูลนารุคามิเป็นสิ่งบังหน้าเท่านั้น ไม่แปลกใจเลยที่คนนอกอย่างเขาหรือคนอื่นๆจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสถานที่ตั้งที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ไหน ซึ่งส่วนมากจะเป็นการคาดเดา รวมแล้วมีมากกว่าร้อยที่ซะอีก ประกอบกับอุปนิสัยของคนในบ้านที่จะปิดปากเงียบเรื่องความลับต่อบุคคลภายนอก ตอนที่เขาลองถามรินนะเองก็ไม่พูดอะไรไปมากกว่าเป็นบ้านอีกหลังที่ใช้อาศัยเหมือนกัน กุญแจดอกสำคัญที่ทำให้เขาไขปริศนาข้อนี้ออกก็เป็นเพราะในตอนที่เดินข้ามเขตมายังคฤหาสน์ของคามินาริ เขาได้พบกับสมาชิกระดับหัวหน้าสาขาที่เพิ่งกำลังขัดพื้นห้องครัวเสร็จ และก็อีกมากมายที่กำลังทำความสะอาดบ้านกันเสียยกใหญ่ หากแค่นี้ก็ยังเดาไม่ถูกความพยายามที่ฝึกฝนมาสำหรับตำรวจหน่วยสายสืบอย่างเขาเป็นอันต้องไร้ค่าไปจริงๆ

 

                เรื่องที่สองก็คือเรื่องของลำดับพี่น้อง คุณชายสามเป็นพี่ชายคนโตของบ้าน มีน้องชายร่วมบิดาสองคนคือ คามินาริ ยูสึเกะ กับนารุคามิ ริวอิจิ และมีน้องสาวบุญธรรมและร่วมบิดาอีกสิบเอ็ดคน ในตอนนี้พวกคุณหนูของบ้านทั้งสิบเอ็ดคนต่างก็เรียนจบจึงออกจากบ้านไปใช้ชีวิตของตนเอง นานๆทีหรือช่วงเทศกาลสำคัญๆถึงจะกลับมาเยี่ยม แล้วรินนะยังแอบบ่นอีกว่าสาเหตุที่ไม่มีใครอยู่บ้านก็เป็นเพราะถูกคุณชายสามจอมเผด็จการส่งไปเรียนต่อต่างประเทศหรือส่งไปทำงานยังที่ห่างไกล เพื่อไล่ไปไกลๆให้หมดจะได้ไม่ต้องมีใครมาคอยบ่นจ้ำจี้จ้ำไช และรายงานเรื่องจุกจิกไม่เป็นเรื่องให้กับคุณแม่คนปัจจุบันต้องเป็นห่วง

 

                และเรื่องสุดท้ายก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณชายสามทั่วๆไปที่คุยเท่าไหร่ก็ไม่หมด มีทั้งสีที่ชอบ อาหารที่ชอบ งานอดิเรกและอื่นๆอีกมากมาย แต่ที่เรื่องสำคัญที่สุดก็คือเรื่องอุปนิสัย จากคำบอกเล่าของผู้เลี้ยงดูซึ่งสอดคล้องกับความทรงจำอันเลือนลางของเขาจึงมั่นใจได้ว่าสิ่งที่หล่อหลอมคนเรามาตั้งแต่เด็กจนเติบใหญ่คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงกันได้ยากไม่ต่างไปจากสุภาษิตที่ว่า 'ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก'

                'นารุคามิ อากินะ' คนนี้ถึงจะต้องเปลี่ยนบทบาทหรือสลับหน้าที่ แต่นิสัยที่แท้จริงอันเป็นตัวตนของเขาเองนั้นยังคงเหมือนเดิม ภายนอกดูเยือกเย็นเหมือนกับถูกเคลือบไว้ด้วยเกราะน้ำแข็งที่เย็นจัด แต่ภายในนั้นกลับอบอุ่นเสมือนกับแสงสีทองแห่งดวงตะวัน แต่เพราะต้องผ่านกับเรื่องราวต่างๆทั้งดีและร้ายมามากมาย รอยยิ้มแห่งความสุขที่ออกมาจากใจจึงค่อยๆจางหาย เหลือเพียงแต่รอยยิ้มที่สร้างขึ้นจากความปรารถนาดีในฐานะเพื่อนมนุษย์เพื่อลบล้างบาปกรรมที่ได้ก่อเอาไว้ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เอ่อล้นออกมาจากรอยยิ้มที่ได้เห็นในตอนที่ได้พบกันเป็นครั้งแรก

 

                ถ้าเกิดผมได้มีโอกาสเห็นรอยยิ้มแห่งความสุขของคุณจริงๆ หัวใจของผมจะรู้สึกเป็นสุขมากขนาดไหนกันนะ อากินะซัง

 

                ชิราโทริจังจ้ะ หัวหน้าแม่บ้านร้องเรียกเบาๆ สองมือโอบตะกร้าผลไม้เอาไว้ในมือ มีทั้งส้ม มังคุด และมะละกอ ซึ่งกำลังสุกได้ที่สีสันจึงดูสวยงามชวนกินตั้งแต่ยังไม่ได้ปอกเปลือก

 

                ใบหน้างามเงยขึ้นจากกองผักกะหล่ำปลีที่หั่นอยู่ เสียงหวานขานรับ ครับ รินนะซัง

 

                ตายแล้ว หน้าโทรมเหงื่อเชียว พอๆไม่ต้องทำแล้ว มาทำงานให้พี่สาวดีกว่า เดี๋ยวเราช่วยเอาตะกร้าผลไม้นี่ไปให้กับคนที่ครัวบ้านฝั่งโน้นทีได้มั้ยจ้ะ ไม่ไกลหรอกเดินไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ถึง ถ้าเกิดหลงทางขึ้นมาก็ลองถามคนแถวนั้นดู ตำแหน่งของครัวฝั่งนั้นก็เหมือนกับบ้านฝั่งนี้อยู่ด้านหลังทางซ้ายถ้าหนูยืนจากหน้าบ้านน่ะนะ ส่วนทางด้านหน้าซีกขวาจะเป็นเรือนของคุณชายสาม ถ้าอยากจะแอบไปดูแนะนำให้เดินผ่านสวนซากุระที่อยู่กลางบ้านจะใกล้กว่า ยังไงก็ฝากด้วยนะจ้ะ

               

                ยังไม่ทันที่ชิราโทริจะได้ตบปากรับคำตะกร้าหวายก็ถูกยัดเข้ามาในมือของเขาเสียแล้ว พร้อมกับการจากไปรวดเร็วราวกับลมพัดของคุณแม่บ้านแม่สื่อ ริมฝีปากสีสวยคลี่ยิ้มบางอดหัวเราะเบาๆไม่ได้ ดวงตาคมก้มมองตะกร้าที่อยู่ในมืออยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเงยขึ้นก็ต้องพบกับรอยยิ้มของใครอีกหลายๆคนที่ส่งมาให้เพื่อเป็นกำลังใจ ไม่เข้าใจเลยว่าถ้าหากคุณชายสามมีหญิงสาวมากมายเข้ามาติดพันจริง ไฉนเลยจึงได้มีการสนับสนุนนคล้ายยัดเยียดกันออกนอกหน้าอย่างนี้ กรณีนี้คงเข้าตำรา 'สะใภ้ดีย่อมเป็นศรีแก่บ้าน' แต่ตัวเขาเองก็เป็นเด็กผู้ชายนะ หรือว่าจะลืมกันไปหมดแล้วและเข้าใจผิด

 

                ดวงตาสีฟ้าก้มลองมองสำรวจตัวเองอีกรอบ รอยยิ้มหวานก็ผุดขึ้นแทนที่รอยยิ้มบางทำเอาหัวใจของหญิงสาวน้อยใหญ่เต้นผิดจังหวะแล้วต้องกลับมาสำรวจตัวเองว่าอยู่ๆทำไมถึงได้หลงเพศเดียวกันไปได้ นี่พวกเธอมีรสนิยมเบี่ยงเบนไปแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ไม่แปลกเลยที่ใครต่อใครจะเข้าใจผิดถึงแม้ชุดยูคาตะที่ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าสวยที่มีลักษณะของสองเพศรวมอยู่ในคนเดียวกันสวมใส่อยู่จะเป็นของผู้ชาย แต่สีฟ้าอ่อนๆของมันกอปรเส้นยาวดำที่ตัดกันก็ทำให้ถูกเข้าใจผิดได้ไม่ยาก ยามใบหน้าสวยคมคายยิ้มแย้มยิ่งทำให้เหล่าบรรดาสมาชิกแม่บ้านยกธงเขียวให้ผ่านตั้งแต่ยังไม่เริ่มออกตัว

 

                .......หน้าตาสวยน่ารักขนาดนี้ อีกทั้งกิริยามารยาทยังอ่อนหวานสุภาพเรียบร้อย ฝีมือการทำอาหารก็เป็นเลิศ ซื่อๆหัวอ่อนสอนง่ายเหมาะที่จะจับมาปั้นเป็นนายหญิงในฝัน แถมยังแอบชอบคุณชายสามของเราอยู่อีกด้วย อย่างงี้ต้องเรียกว่าเข้าทางใช่มั้ย คราวนี้แหละจะได้มีคุณชายน้อยตัวเล็กๆมาให้อุ้มมาให้เลี้ยงสักที คนนี้แหละที่ต้องการ อยากได้จริงๆไม่โกหก ถึงจะเป็นลูกครึ่งก็เถอะ แต่บ้านเราไม่ได้หัวโบราณขนาดนั้นซะหน่อย ลูกครึ่งไม่ดีตรงไหน สูงก็สูง พอเอามายืนข้างๆคุณชายที่สูงใหญ่หยั่งกับตึกดูเหมาะสมกันจะตายไป บ้านเราไม่ต้องการหญิงอ้อนแอ้นอ่อนแอน่ารำคาญ จะให้ดีมันต้องแกร่งสมชายไปเลยไม่งั้นอยู่ไม่รอดหรอก คราวนี้ต้องขอบคุณบรรพชนที่ไปเซ่นไว้เต็มๆ ในที่สุดก็ส่งนายหญิงมาให้เป็นปลื้มสักที........

                นี่คือเสียงที่กระซิบกระซาบอยู่ในใจของบรรดาแม่สื่อแม่ชักที่พากับจ้องนายหญิงที่มาดหมายอย่างไม่วางตา

 

                ที่หน้าผมมีอะไรติดอยู่รึเปล่าครับ ชิราโทริเลียบถาม นึกขำกับระดับความสุภาพของภาษาอยู่ในใจ ถึงจะลงท้ายด้วย 'ครับ' ไป แต่ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ 'ค่ะ' ไม่ต่างจากคำว่า ผม ที่มีอีกความหมายหนึ่งเป็น ดิฉัน ในเมื่อระดับสุภาพของภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ไม่สามารถระบุเพศของคู่สนทนาได้ก็จำเป็นต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องบ่งบอกเอา แต่ไม่คิดเลยว่าคนบ้านนี้จะเชื่อว่าเขาเป็นผู้หญิงจริงๆทั้งๆที่ตัวเขาก็ไม่ได้เตี้ยหรือมีรูปร่างเล็กน่าทนุถนอมอย่างคุณหนูริวอิจิหรือคุณหนูยูอิจิ ไม่แน่ว่าอาจจะคิดไปว่าสูงกำลังได้ที่เหมาะกับความสูงของคุณชาย ขนาดตัวก็เพรียวลมหุ่นเหมือนนางแบบก็เป็นได้ ช่างคิดช่างจินตนาการอย่างนี้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอะไรดีนะ

 

                เปล่าค่ะ อย่าลืมนะคะ ลองแวะไปหาคุณชายท่านดู หาตัวไม่ยากหรอกค่ะ ถ้าไม่อยู่ที่เรือนก็อยู่ที่สวนซากุระกลางบ้าน หรือไม่ก็อยู่ที่โรงฝึก สามที่เท่านั้น จำให้ขึ้นใจแล้วสู้เขานะคะ!” แม่สื่อไม่พูดเปล่า พยายามดันร่างของคนที่ถูกยัดเยียดตำแหน่งนายหญิงให้ออกไปนอกครัว แล้วช่วยกันโบกมือยิ้มระดมขวัญเรียกกำลังใจให้สู้กันอย่างเต็มที่

 

                แล้วจะรีบกลับมาช่วยนะครับ ชิราโทริโค้งศีรษะลงน้อยๆก่อนที่จะเดินจากไป พร้อมๆกับเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังขึ้นอย่างถูกใจ

 

                ......เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว แต่ความจริงปล่อยไว้อย่างนี้มันก็สนุกดีไม่ใช่เหรอ.....

               

                ดวงหน้าหวานยิ้มน้อยๆแอบนึกสนุกอยู่ในใจ ก้าวเดินไปตามทางเรื่อยๆ โค้งทักทายสมาชิกคนอื่นที่กำลังทำความสะอาดตกแต่งบ้านเรือนกันอย่างขะมักเขม้นอยู่เป็นระยะ จนเมื่อข้ามพ้นประตูไม้ด้านหลังเพื่อข้ามไปยังคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่อีกฝั่ง ร่างบางก็ถูกเชิญชวนด้วยกลีบดอกไม้สีอ่อนหวานนำทางไปยังทิศใกล้เคียงกับจุดมุ่งหมายที่เจ้าตัวไม่คิดว่าจะห่างกันมากนัก แต่ทว่าฉากของบ้านเรือนที่เหมือนกันแทบทุกระเบียบนิ้วก็สร้างความสันสนให้กับคนรอบคอบได้อย่างง่ายดายแม้ว่าจะระวังตัวอย่างดีแล้วก็ตาม ไม่นานนักตัวเขาก็หลงทิศทางเข้าเสียแล้ว

 

                ผิดทาง?”

 

เจ้าของใบหน้าสวยคมคายมุ่นหัวคิ้วนิดๆเมื่อไม่เห็นโรงครัวซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายดั่งที่ตั้งใจ ทว่าเมื่อภาพทิวทัศน์อันงดงามของสวนดอกไม้ที่ถูกปลูกอยู่รายล้อมริมสระน้ำฉายชัดแก่สายตา รอยยิ้มหวานก็แย้มยิ้มเข้าแทนที่ สายลมอ่อนๆพาพัดให้กลีบดอกไม้สีชมพูบอบบางหลุดออกจากก้านร่วมกันเริงระบำให้กับฤดูแห่งการสังสรรค์อย่างเปรมปรีดิ์ ดอกไม้ที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นดอกไม้ประจำชาติ ดอกซากุระ

 

เมื่อถูกความสวยงามของธรรมชาติดึงดูดเอาไว้ จึงไม่แปลกหากร่างเพรียวบางจะเดินเข้าไปชื่นชมอย่างใกล้ชิด จนแทบลืมไปว่าจุดมุ่งหมายที่มาแต่แรกนั้นคืออะไร

               

                ท่ามกลางต้นซากุระที่ขึ้นเรียงรายอยู่ทั่วทั้งคฤหาสน์ ในเวลานี้คงจะไม่มีภาพใดที่งดงามไปกว่าภาพของเจ้าของใบหน้าสวยซึ่งยืนชมความงามของดอกไม้ประจำชาติอย่างเบิกบานใจ กลุ่มเส้นผมสีดำยาวสลวยไหวคลอเคลียไปกับลำคอระหง ฝ่ามือเนียนชวนสัมผัสประคองกิ่งก้านของต้นซากุระที่โน้มลงมาให้เชยชมรับกับสีของชุดยูคาตะสีฟ้าอ่อนที่สวมใส่ กลมกลืนชวนฝัน สวยงามเกินกว่าที่จะเรียกได้ว่ามนุษย์ พาลพาให้ผู้พบเห็นได้หลงเข้าใจผิดคิดไปเองว่าบนโลกแห่งความจริงใบนี้นั้นความจริงแล้วยังคงมีภูติไม้แสนสวยร่วมอาศัยอยู่กับมนุษย์อยู่

 

                และก็คงไม่ผิดหากชายหนุ่มผู้เดินผ่านมาด้วยความบังเอิญจะมีความคิดแบบนี้เช่นกัน

 

                อากินะซัง....” ร่างบางผู้ซึ่งถูกเลียบมองและเปรียบเปรยไปว่าเป็นนางฟ้านางสวรรค์หลุดออกจาภวังค์แห่งความฝัน รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏอยู่บนใบหน้าทันทีเมื่อร่างสูงใหญ่มายืนอยู่เคียงข้าง ดวงตาสวยคมสบมองผู้ซึ่งเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทด้วยไมตรี

 

                มือไม่เป็นอะไรแล้วใช่มั้ยผู้มีศักดิ์เสมือนเป็นพี่ชายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ทว่ากลับรับรู้ได้ถึงความห่วงใยที่แฝงอยู่ภายใน

 

                ผู้เป็นเสมือนน้องตอบด้วยรอยยิ้ม ไม่เป็นไรแล้วล่ะครับ ผมต้องขอบคุณที่อากินะซังให้การช่วยเหลือ ต้องขอบคุณมากจริงๆครับ

 

                ทันทีที่พูดจบ ร่างบางก็ก้มโค้งลงแสดงความขอบคุณตามมารยาท รอยยิ้มยังไม่คงจางหายไปจากใบหน้าประหนึ่งกับต้องการบอกแก่ชายหนุ่มผู้นี้ให้รับรู้ว่าถ้าหากได้รับความเมตตาจากการช่วยเหลืออย่างจริงใจแล้ว ต่อให้บาดแผลที่ได้รับนั้นมีมากมายสักแค่ไหน ภายในเวลาไม่ช้าบาดแผลเหล่านั้นก็จะหายดีขึ้นในเร็ววัน แล้วกับแผลรอยข่วนเล็กๆที่มือแค่นี้จะไม่ให้หายดีได้อย่างไร ในเมื่อมีคนคอยเป็นห่วงเป็นใยเขาถึงขนาดนี้

 

                ฝ่ายผู้ที่เคยให้ความช่วยเหลือยกมือปรามเล็กน้อย แฝงรอยยิ้มแห่งความพอใจในคำตอบเอาไว้ภายใน ปัจจุบันนี้จะให้หาผู้น้อยที่มีมารยาทน่าชื่นชมและให้ความเคารพผู้แก่อาวุโสกว่าอย่างเพื่อนของน้องชายคนนี้นั้นนับว่าหาได้ยาก

 

                ไม่ต้องคิดมากหรอก เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ถือเสียว่าเป็นการไถ่โทษจากฉันก็แล้วกันนะที่ดูแลเพื่อนรักของน้องชายได้ไม่ดีดวงตาคมกริบปรายมองไปรอบก็สะดุดกับตะกร้าผลไม้ที่วางอยู่ข้างๆ จะถือไปไหนน่ะ?”

 

                เพราะการจ้องตอบดวงตาคมกล้าของร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าโดยยังคงไว้ซึ่งสติได้อย่างครบถ้วนนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่ายอย่างที่คาด กอปรกับผลของความสัมพันธ์ที่กำลังถักทออยู่นี้นั้นมีความจำเป็นกับงานในภายภาคหน้าอย่างใหญ่หลวง ปฏิกิริยาโต้ตอบจึงดูไม่ต่างจากเด็กน้อยผู้ใสซื่อ ใบหน้าแดงเรื่อยามเมื่อสบสายตาคู่นั้น กล้าๆกลัวๆแต่ก็ไม่อาจละสายตาจากไปได้ ฉายชัดถึงความประหม่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่มีอายุมากกว่าตนถึงหกปี

 

                เอ๋? เอ่อ.. พอดีว่าผมจะไปเอาน้ำตาลที่ครัวของบ้านนารุคามิน่ะครับ แล้วก็เอาผลไม้พวกนี้มาให้เพื่อว่าอากินะซังกับพวกพี่ๆจะได้ทาน แต่ว่าบ้านมันกว้างมากเลยครับ ผมก็เลยหลงมาจนถึงตรงนี้ สวนสวยมากเลยนะครับ ผมเองเกิดมาจนป่านนี้ก็ยังไม่เคยเห็นสวนที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลย.... ขอโทษครับที่ผมพูดจาเรื่อยเปื่อย อากินะซังคงจะรำคาญ

 

                ชิราโทริแสร้งยิ้มเขินๆกับสิ่งที่ตนได้พูดออกไปซึ่งดูไม่ต่างจากเด็กน้อยสักเท่าไหร่ และก็ได้ผลเมื่อผู้เป็นเป้าหมายต่อบทสนทนากลับมา               

                 พอดีคุณแม่ท่านชอบดอกซากุระมาก ก็เลยมีต้นซากุระมากกว่าอย่างอื่น

 

                ใบหน้าคมคายระบายรอยยิ้มบางๆละลายใจ ดวงตาสีฟ้าสวยฉายแววรื่นรมย์อย่างเป็นมิตรกับรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ออกมาจากใจจริง เพียงแค่รอยยิ้มแรกที่ได้รับก็รู้สึกอบอุ่นถึงได้ขนาดนี้ แปลก คนๆนี้แปลกเกินไปแล้ว เพียงแค่ได้พูดคุยกันแค่ไม่กี่ประโยคก็กลับรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

                นั่นก็อาจเป็นเพราะเขาได้รับการปฏิบัติเสมือนกับคนในครอบครัว หรือเป็นเพราะว่าร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เป็นเหมือนกับฝาแฝดของพี่ชายของเขารึไงกันนะ?

 

                ริมฝีปากอิ่มสวยค่อยๆคลี่ยิ้มนิดๆ กวาดสายตาสำรวจมองโดยรอบ ดีจังนะครับ สีของดอกซากุระนั้นอ่อนหวาน กลิ่นหอมทำให้ใจสงบ คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งทำให้คนบ้านนี้สุขใจได้อยู่เสมอ

               

                คนตัวสูงเผลอมองตาม ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหล่าจะปรากฏรอยยิ้มเศร้าบางๆเพียงมุมปาก สายตาทอดมองสีอ่อนหวานสบายตาของดอกซากุระ คุณแม่เองก็เคยเล่าให้ฟังบ่อยๆว่าไม่ว่าพวกเราจะต้องล้มอีกสักกี่ครั้ง แต่พวกเราก็สามารถลุกขึ้นยืนได้อีก เหมือนกับดอกซากุระที่ถึงแม้จะต้องร่วงโรยเข้าสักวัน แต่สุดท้ายแล้วก็จะออกดอกสวยงามเหมือนเดิม เธอคิดว่ายังไง ดอกไม้..ความจริงแล้วเข้มแข็งจริงๆน่ะเหรอ?”

 

                ชิราโทริยิ้มนิดๆ เอื้อมมือแตะดอกซากุระอย่างแผ่วเบา ก็เหมือนคนเราไม่ใช่เหรอครับ ดอกไม้มีวันเบ่งบานมีวันร่วงโรย มนุษย์เราก็มีวันที่มีสุขและวันที่มีทุกข์ แต่ตราบใดที่ยังไม่สิ้นลมหายใจก็ยังคงมีวันพรุ่งให้ดำเนินต่อไป เหมือนต้นไม้ที่ยังไม่โค่นล้มรอยยิ้มหวานตรึงใจผสานด้วยดวงตาแน่วแน่ และความไร้เดียงสาของจิตใจบริสุทธิ์ถูกส่งให้กับคนฟัง “.....แล้วบางที ถึงแม้ว่าต้นไม้นั้นจะถูกโค่นแล้ว แต่มันก็ยังไม่ตาย ยังคงพยายามใช้รากชอนไชยืนหยัดออกกิ่งก้านเพื่อให้ดอกได้ผลิบานอีกครั้ง น่าทึ่งออกนะครับ

 

                ทัศนคติน่าชื่นชมหลุดออกมาจากปากของร่างบางที่ดูเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ ต่างจากน้องชายวัยเดียวกันของเขาลิบลับ เมื่อพบคนที่พูดคุยได้ถูกคอซึ่งนับว่าหาได้ยาก จึงไม่แปลกหากคุณชายสามผู้เคร่งขรึมจะแสดงความพึงใจด้วยรอยยิ้มกว้างที่นับว่าหาได้ยากยิ่งกว่า

                โดยหารู้ไม่ว่าตนเองกำลังถูกชักนำไปให้ในสิ่งที่อีกคนต้องการ เพื่อข้อมูลที่ขาดหาย หากไม่เข้าถ้ำเสือแล้วจะได้ลูกเสือได้อย่างไร

               

                ไม่มีทาง!  เรื่องบางเรื่องหากไม่ลอบถามเอากับเจ้าตัวดูก็คงไม่มีทางได้รู้

               

                คุณอาจจะไม่รู้หรือไม่เคยคิดจะสนใจมาก่อนว่าความจริงแล้วผมรู้จักคุณมากแค่ไหน ในเมื่อคุณเป็นถึงเพื่อนรักของพี่ชายของผม แล้วก็เป็นถึงพี่ชายสุดที่รักของเพื่อนสนิท เรื่องราวต่างๆที่ถูกบอกเล่าจากปากของคนทั้งสองผมยังคงจดจำได้ดี และรับรู้ว่าคุณเปลี่ยนไปมากขนาดไหน

 

                สาเหตุเป็นเพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้นใช่หรือเปล่าครับ อากินะซัง?               

 

              มีไม่กี่คนหรอกนะที่คิดแบบนั้น แต่ภายในกลุ่มคนที่มีอยู่เพียงหยิบมือนั้นกลับมีคนที่ฉันรู้จักอยู่ถึงสองคน หนึ่งในนั้นก็คือเธอ แล้วก็.....”

 

                มือแกร่งเอื้อมมาหยิบกลีบดอกซากุระที่ปลิวมาติดเส้นผมสีดำยาวของเจ้าของใบหน้าสวยออก หากแต่ต้องชะงักอยู่เพียงแค่นั้นเมื่อดวงตาเกิดความพร่าเลือนเสมือนกับได้เห็นเงาร่างของใครบางคนซ้อนทับ คนที่เขารักสุดหัวใจ คนที่เคยได้มอบหัวใจไว้ให้ หากแต่ว่าตอนนี้คนๆนั้นไม่หลงเหลือลมหายใจอีกต่อไปแล้ว.....

 

                .....ในโลกนี้ยังมีคนที่มีความคิดแบบเดียวกับคุณอยู่อีกเหรอ ริกกะ......

 

                เสียงทุ้มกลืนหายไปในความคิด ดวงตาสีดำทอดมองอย่างอาลัยด้วยความคิดถึงที่มีมากเกินกว่าจะห้ามใจไม่ให้แสดงออกมาได้ทัน ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่าภาพที่เห็นซ้อนทับอยู่นั้นเป็นเพียงแค่ความฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงได้ แต่ก็ยังคงจับจ้องอย่างไม่วางตา

 

                ชิราโทริรู้สึกร้อนวูบบนใบหน้าเมื่อถูกสายตาคมจับจ้องอย่างเสน่หา กระนั้นความโศกเศร้าที่แฝงอยู่ภายใน ความรักใคร่ก็กระตุ้นเตือนให้รับรู้ถึงความเป็นจริง สายตาคู่นั้นเป็นสายตาที่ใช้สำหรับมองคนรัก แต่ตัวเขานั้นไม่ใช่

 

                คุณมองเห็นผมเป็นใครหรือครับ อากินะซัง? หรือว่าใครคนนั้นที่คุณต้องสูญเสียไปคือคนที่คุณรัก?

 

                ดวงตาสีฟ้าเลียบมองอย่างเขินอายนิดๆ ก่อนที่จะสบตาอีกฝ่ายยิ้มๆ แล้วอากินะซัง ไม่คิดแบบนั้นเหรอครับ

 

                ถามด้วยคำถามเรียบง่าย ไม่ทันให้สังเกตหรือสงสัย แต่เป็นเสมือนดั่งอาวุธร้ายเหมาะกับเป็นกับดักสำหรับผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนและช่างเป็นห่วงเป็นใยผู้น้อยที่ถูกใจโดยเฉพาะคุณ

               

                พี่ชายที่แสนดี นารุคามิ อากินะ

 

                ร่างสูงที่พลันได้สติค่อยๆถอยออกมา เอนกายยืนพิงต้นซากุระต้นใหญ่ ดวงตาคมกริบสงบนิ่งทอดมองกลีบดอกซากุระที่อยู่ในมืออย่างอาวรณ์

               

                 เมื่อก่อนฉันเองก็เคยคิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่แล้วจุดยิ้มเพียงมุมปาก คล้ายเยาะเย้ยให้กับชีวิตของตนเอง บางทีชีวิตของคนเราก็ยืนยาวจนเกินไป นานเสียจนแทบจะลืมไปแล้วว่าความสุขหรือความทุกข์นั้นเป็นยังไง

 

                มือใหญ่ข้างขวาแบออก ปล่อยให้กลีบดอกไม้สีชอมพูอ่อนปลิวลอยตามลมจนร่วงลงสู่พื้น หมดแล้วซึ่งทุกสิ่งแม้กระทั่งความหวัง ได้แต่เฝ้าภาวนาว่าเมื่อไหร่ชีวิตที่แสนยืนยาวนี้จะสิ้นสุดลง หัวใจด้านชาไปกับทุกสิ่ง ชินชาความความทรมานและความทุกข์  ยิ่งความสุขยิ่งแทบลืมเลือนถึงรสสัมผัส

 

                ถ้าหากว่าเราตายได้ก็คงไม่ต้องทนอยู่อย่างเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้ แต่เพราะว่าทำไม่ได้ ทางออกที่เหลืออยู่เพียงทางเดียวคือการใส่กุญแจปิดห้องหัวใจให้ตายไปกับคนที่รักตลอดกาลไม่ใช่เหรอ?

 

                ชิราโทริหยิบดอกซากุระดอกใหม่ที่ปลิวลอยมาตามลมขึ้นมาจุมพิตลงเบาๆ ก่อนที่จะจับมือข้างขวาของร่างสูงที่ยื่นออกมาอยู่แล้วนั้นวางดอกไม้ลงพร้อมทั้งประคองเอาไว้ด้วยสองมือ

 

                ผมมั่นใจว่าฤดูใบไม้ผลิของคุณยังรออยู่อีกไม่ไกลหรอกครับ แม้ดอกไม้ดอกนี้จะร่วงโรยเหี่ยวเฉา โดนคนเหยียบย่ำอย่างไร ครั้งหนึ่งมันก็เป็นสิ่งที่สวยงามและน่าจดจำ และที่สำคัญ...”

 

                รอยยิ้มหวานยังประดับอยู่บนใบหน้าไม่ขาดหาย หมุนกายออกเดินไปแตะที่ต้นซากุระอีกต้นที่อยู่ใกล้ๆ เรียกให้ดวงตาคมไร้แววสะท้อนมองตาม ตราบใดที่ต้นของมันยังอยู่ ฤดูใบไม้ผลิก็จะหมุนเวียนมาอีกครั้ง เหมือนกับที่ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ ความสุขก็จะเข้ามาหาเราอีกครั้งแน่ๆครับ

 

                พูดจบพลันแย้มรอยยิ้มกว้างกว่าเดิม สายลมเย็นอ่อนๆพาพัดกลีบดอกสีชมพูอ่อนจางให้ลอยวนรอบร่างบางคล้ายกับสนับสนุนในความคิด เส้นกลุ่มเส้นผมสีดำยาวปลิวไหวไปตามแรงลมน้อยๆ ทันทีที่สายลมหยุดนิ่งกลุ่มเส้นไหนนุ่มก็ทิ้งตัวสยายลงบนแผ่นหลังเล็กของร่างเพรียวบาง ดวงตาสีฟ้าสดใสดูไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกยิ้มผ่านทางสายตาช่วยปัดเป่าหมอกมืดที่ปกคลุมอยู่ภายในใจ

 

                พูดได้คำเดียวว่า สวยเหมือนกับได้เห็นนางฟ้าแห่งความหวังลงมาประทานพรให้กับคนที่ตกอยู่ในห้วงมืดแห่งอดีต

 

                ....นี่นายแอบเก็บซ่อนน้องชายให้ปลอดภัยมาจนถึงตอนนี้ได้ยังไงกันน่ะ อากิฮะ......

               

                อากินะอดคิดถึงผู้เป็นเพื่อนรักไม่ได้ พลันคิดได้ว่าบางสิ่งบางอย่างก็ดูไม่เหมือนจากที่เคยได้ยิน แต่หลายสิ่งหลายอย่างที่เคยคาดไว้ก็ไม่ต่างจากความเป็นจริง ถึงจะดูเป็นผู้ใหญ่มากสักแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วเด็กก็เป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ อ่อนต่อโลกและไม่ทันคนแบบนี้ ก็คงไม่ต่างจากน้องชายของเขาทั้งสองคนไปสักเท่าไหร่หรอกนะ

 

                ด้วยคำพูดปลอบขวัญและรอยยิ้มหวานประทับจิต คนที่ลืมเลือนถึงความสุขจึงได้แต่ยืนฟังด้วยอาการสงบนิ่ง แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ข้อโต้แย้ง

 

                ถ้าหากว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริงฉันเองก็อยากจะรอ แต่ว่า....”

 

                คำพูดหยุดชะงักลงชั่วครู่ มือแกร่งยกดอกไม้ที่ได้รับขึ้นสู่ระดับสายตา เห็นประกายแสงแห่งความหวังเพียงริบหรี่ อ่อนแสงจนแทบจะมองผ่าน ไม่ต่างจากคำตอบซึ่งอยู่ภายในใจที่มีมาจนจนถึงทุกวันนี้

 

                 ชั่วชีวิตของคนบางคนต่อให้ต้องรออีกนานแค่ไหน ต่อให้นานเป็นร้อยปีหรือพันปี ฤดูใบไม้ผลิที่ว่าก็คงไม่มีทางได้เห็นมันอีก เพราะว่าเวลาไม่มีทางย้อนกลับคืนมาได้ และก็ไม่อาจชำระล้างตราบาปที่ติดลึกอยู่ข้างในได้ ในเมื่อเวลาไม่สามารถเยียวยาจิตใจ แม้กระทั่งความสุขชั่วชีวิตของคนๆนั้นก็ไม่ปรารถนาที่จะเห็นแสงสว่างอีกต่อไป

 

                เป็นไปตามที่คิด ไม่ผิดแน่สาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณเปลี่ยนไปเป็นอีกคนก็คือเรื่องนี้ใช่มั้ยครับ เป็นเพราะว่าคุณสูญเสียคนสำคัญคนนั้นไปกับการต่อสู้ในครั้งนั้น…..

                อากินะซัง ที่คุณยังลืมเธอไม่ได้ก็เป็นเพราะคุณรู้สึกผิดบาปที่ปล่อยให้เธอต้องตายไปโดยที่ไม่อาจปกป้องหรือเป็นเพราะว่าคุณเสียใจที่ต้องสูญเสียเธอกันแน่ครับ ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณต้องถูกผูกมัดไว้กับอดีตเหล่านั้น คุณมั่นใจว่าคุณไม่ทรมานแน่เหรอครับ คุณยินดีจริงๆและแน่ใจแล้วหรือที่จะดำเนินชีวิตแบบนี้ต่อไป

 

                ตอนนี้คุณก็เป็นได้แค่คนที่น่าสงสาร....

 

                ชิราโทริส่ายหน้าน้อยๆ อมยิ้มขำๆ รอให้ตายอดีตก็ไม่เคยหวนกลับมาหรอกครับ ดอกไม้ที่บานวันนี้เป็นดอกหนึ่ง ดอกที่จะบานวันพรุ่งก็จะกลายเป็นอีกดอกหนึ่ง เมื่อร่วงหล่นจากต้นแล้วไม่สามารถกลับคือสู่กิ่งก้านได้ สิ่งที่เราจะได้จากการรอคอยและฝ่าฟันก็คือดอกไม้ดอกใหม่ต่างหาก ความผิดบาปไม่อาจลบล้างได้ ผมรู้ดี เหมือนดอกไม้ที่เมื่อถูกเหยียบย่ำแล้วไม่อาจเบ่งบานได้อีก แต่ผมก็ยังสุขใจทุกครั้งที่เห็นดอกไม้ดอกใหม่เบ่งบาน

 

                ดวงหน้าสวยคมแย้มรอยยิ้มเศร้า ดวงตาทอประกายแสดงถึงความเห็นใจและความสงสาร แต่กลับดูน่าเวทนาเสียเองจนอีกฝ่ายไม่กล้าตัดที่จะตัดรอนน้ำใจที่หยิบยื่นนี้ให้

               

                อากินะเผลอปล่อยให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาในอาณาเขตต้องห้ามอย่างเต็มใจ!

 

                อากินะซังไม่รู้สึกถึงความสุขเหรอครับ เวลาที่คุณได้ยินเสียงคนในครอบครัวหัวเราะ เวลาที่ได้เห็นพวกเขายิ้ม เวลาที่ได้พูดคุยเฮฮาแม้จะไร้สาระเหลือเกิน นั่นก็คือดอกไม้ที่บานในใจของคุณ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงดอกเล็กๆที่บานในระยะเวลาสั้นๆก็ตาม แต่มันก็ทำให้รู้ว่าคุณยังมีชีวิตอยู่

 

                เหมือนกับกำแพงน้ำแข็งที่สร้างอยู่ภายในใจถูกกะเทาะเบาๆอย่างนุ่มนวลให้แตกออก และแล้วคนหัวแข็งทระนงตนก็ได้ลิ้มรสคำว่าพ่ายแพ้เมื่อปราการน้ำแข็งที่มั่นใจแล้วว่าไม่ว่าใครก็ไม่อาจทำให้ละลาย กลับทลายลงด้วยตัวของมันเองกับคำพูดแค่ไม่กี่คำของคนที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่ถึงหนึ่งวัน

 

                คุณชายสามแห่งตระกูลหัวเราะออกมาเสียงดังจนท้องแข็ง เผยรอยยิ้มร้ายๆในแบบที่ไม่ค่อยมีใครเคยได้เห็น ลบภาพลักษณ์ของคนสุขุมที่เยือกเย็นอยู่เสมอ ดวงตาทอประกายระยับเสริมอำนาจอันทรงเสน่ห์ให้กับรอยยิ้มกระชากใจ

 

                นั่นสินะ ทำไมฉันถึงนึกไม่ถึง หรือความจริงแล้ว....ฉันก็แค่ลืม...ลืมทุกอย่างแม้กระทั่งความสุขข้างกาย...”

               

                ร่างสูงผละออกจากต้นไม้ที่เอนกายพิงอยู่เป็นเวลานานเดินตรงไปหยุดยังริมสระน้ำ ก่อนที่จะก้มลงเก็บก้อนหินสีขาวก้อนเล็กขนาดเท่ากับลูกแก้วก้อนกลมขึ้นมา แล้วจึงพยักหน้าเรียกให้อีกคนให้เข้ามาใกล้ๆ ถึงจะไม่เข้าใจนัก แต่ชิราโทริก็เดินเข้ามาหาอย่างว่าง่าย ดวงตาสวยเป็นประกายเมื่อก้อนหินเรียบๆที่เห็นอยู่นั้นเมื่อถูกจุ่มลงไปในสระน้ำกลับสะท้อนแสงเหลื่อมหลากสีดุจดั่งอัญมณีต้องแสงก็ไม่ปาน

 

อากินะจับมือเรียวบางของชิราโทริให้แบออก ก่อนที่จะหยิบก้อนหินสีขาวละเอียดใส่ลงไปในมือเหมือนกันกับที่อีกฝ่ายเคยทำ

                ความคิดของเธอในตอนนี้ขอให้เก็บรักษามันไว้ให้เหมือนกับก้อนหินก้อนนี้ที่ยังคงรักษาความงดงามที่ซ่อนอยู่ภายใน

 

                นัยน์ตาสีฟ้าสบมองอย่างแปลกใจแล้วริมฝีปากอิ่มสวยจึงค่อยๆคลี่ยิ้มบางออกมา รอยยิ้มที่ไม่ใช่การเสแร้งเพราะต้องการให้เป็นไป และถึงแม้ว่าจะเป็นรอยยิ้มที่แสดงออกมาเพื่อให้คล้อยตามสถานการณ์ แต่ก็คงจะไม่ผิดถ้าหากในครั้งนี้หัวใจของเขาร่วมยิ้มออกมาอย่างเต็มใจ

                ขอบคุณนะครับ สวยจัง หินแบบนี้ผมก็เพิ่งเคยเห็น

 

                มันเป็นของขวัญที่ฉันได้เมื่อตอนเด็กๆน่ะ รู้สึกว่าคุณพ่อจะได้มาจากเพื่อนที่เป็นนักค้าของเก่า ตอนนั้นฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันมีความสำคัญมากขนาดไหนแค่เห็นว่าพอโดนน้ำแล้วมันสวยดี ก็เลยเอามาประดับที่สวนเอาไว้ดูตอนฝนตกน่ะ

 

                คนตัวโตเล่าถึงอดีตในวัยเด็กพลางมองหาก้อนหินลักษณะเดียวกัน เมื่อพบกับก้อนหินสีดำสนิทจึงหยิบขึ้นมาให้ดู ความจริงแล้วทั้งหมดเป็นสีดำ แต่หนึ่งในนั้นมีเพียงก้อนเดียวที่เป็นสีขาว เคยมีชื่ออยู่เหมือนกันแต่ฉันลืมมันไปแล้ว เธอจะตั้งใหม่ก็ได้นะ

 

                มีชื่อด้วยเหรอครับ อากินะซังเป็นคนตั้งเหรอ?”

                ใบหน้าคมคายส่ายเบาๆ เมื่อก่อนเคยมี แต่ไม่ใช่ฉันที่เป็นคนตั้งหรอก   คนๆนั้นก็มีความคิดคล้ายๆกันกับเธอนี่แหละ  แต่ตอนนี้คนๆนั้นเขาไม่อยู่แล้วน้ำเสียงเรียบนิ่ง หากความรวดร้าวฉายชัดอยู่ในดวงตาเพียงชั่ววูบ เปลี่ยนเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนถึงอาการผิดแปลกโดยทันที แล้วเธออยากตั้งชื่อว่าอะไรล่ะ?”

 

                .....คุณอยากให้ผมตั้งชื่อใหม่ให้กับก้อนหินก้อนนี้แทนชื่อเก่าที่คนรักของคุณเคยตั้งให้อย่างนั้นเหรอครับ เป็นผมจะดีจริงๆหรือครับ อากินะซัง......

 

                ไม่อาจห้ามหัวใจไม่ให้คิดได้ เมื่อเห็นชัดถึงความผูกพันระหว่างเจ้าของคนเก่ากับผู้ที่ถูกกล่าวถึงซึ่งเป็นถึงคนรักเก่า คนที่ได้หัวใจที่ทุกคนต่างก็ปรารถนาอยากได้ไว้ในครอบครองแม้กระทั่งตอนนี้ ช่างน่าอิจฉา การที่คนเราได้รับความรักโดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนและคำมั่นว่าชั่วชีวิตนี้จะรักแต่เพียงคนผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ฝ่ายที่ได้รับความรักนั้นจะมีความสุขมากขนาดไหนกันนะ

 

                ความรักที่มีในแต่นิยาย ไม่คิดเลยว่าจะได้พบจริงๆ แต่ความรักที่น่าสรรเสริญแบบนี้จะไม่เป็นการทำร้ายคนที่เหลืออยู่ เมื่ออีกฝ่ายจากไปอย่างนั้นเหรอ ทันทีที่หัวใจถูกแยกออกจากร่างสูญสลายเหลือเพียงเถ้าถ่าน ร่างที่ไร้หัวใจก็คงไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้

 

                ที่คุณยังใช้ชีวิตต่อมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เป็นเพราะคนๆนั้นได้คืนหัวใจทั้งของคุณและของเขาฝากไว้กับคุณใช่มั้ยครับ?

 

                ชิราโทริลองเลียบถามเพราะไม่ต้องการกระทบเข้ากับบาดแผลเก่าของอีกฝ่ายโดยตรง “.....ให้ผมตั้งชื่อให้มันใหม่นี่จะไม่เสียมารยาทรึครับ ก็ในเมื่อหินนี้มีความทรงจำของคนบางคนอยู่นี่นา

 

                ดวงหน้าสวยก้มลงมองหินก้อนน้อยในฝ่ามือ พลางลูบเบาๆอย่างทะนุถนอม คนสูงวัยกว่ามองตามอย่างนึกเอ็นดู

 

                 เจ้าของหินก้อนนี้แต่แรกก็คือฉัน เพียงแค่ตอนนี้เปลี่ยนไปอยู่ในมือของเธอ ถ้าหากไม่เปลี่ยนชื่อแล้ว เจ้าก้อนหินแห่งความสุขก้อนนี้จะจำเจ้านายใหม่ซึ่งก็คือเธอได้ยังไง มันเป็นคำเชื่อของหินพวกนี้น่ะ สีดำแทนนิรันดร สีขาวแทนความสุขและสมหวัง ความจริงยังมีสีแดงอยู่อีกสีหนึ่งเหมือนกัน แต่ว่าฉันทำมันหายไปแล้ว

 

                เมื่อได้คำตอบยืนยันว่าฝ่ายผู้ให้นั้นให้ของสิ่งนี้มาด้วยความเต็มใจ ฝ่ายผู้รับจึงอดที่จะดีใจไม่ได้ คำพูดที่เป็นกันเองบ่งบอกถึงระดับของความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

                ชิราโทริเอียงคอนิดๆแล้วยิ้มอย่างใสซื่อ งั้นผมขออนุญาตนะครับคิ้วบางขมวดเพียงเล็กน้อย นิ้วชี้ทาบลงบนกลีบปากสีอ่อนอย่างคนใช้ความคิด ฮาคุโฮ ....เป็นไงครับ ฮาคุที่แปลว่าสีขาว และโฮ ตัวอักษรเดียวกับทาคาระ

 

                หากฮาคุหรือสีขาวคือชื่อแทนตัวของหินสีขาวก้อนน้อยนี้แล้ว ทาคาระหรือสิ่งล้ำค่าก็คือความหมายที่มาจากใจ ความรู้สึกแทนคำขอบคุณ

 

                อากินะอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อนึกถึงความหมาย สถานะของชิราโทริในสายตาจึงเริ่มเปลี่ยนจากเพื่อนของน้องชายมาเป็นน้อยชายของตนได้อย่างไม่ยากเย็น โดยไม่ทันรู้ตัวฝ่ามือเย็นเฉียบเนื่องจากสายน้ำก็ยกลูบหัวของน้องชายคนใหม่เข้าเสียแล้ว

               

                ถือเป็นของขวัญต้อนรับน้องชายคนใหม่ก็แล้วกัน

 

                ชิราโทริยิ้มกว้างอย่างน่าเอ็นดู ผมจะเอาเชือกผูกห้อยคอไว้ตลอดเลยครับ ว่าแต่อากินะซังมือเย็นเชียวครับ เพราะเมื่อกี๊เอามือไปจุ่มน้ำแน่ๆ

 

                มือบางอบอุ่นจับฝ่ามือเย็นเฉียบของพี่ชายคนใหม่มากุมไว้ ผมคงไม่มีอะไรให้ตอบแทน ทำได้เพียงแค่ทำให้มือของคุณอุ่นขึ้นมาได้บ้างแค่นี้เอง ......เป็นไงครับ พอจะรู้สึกถึงดอกไม้เล็กๆอีกดอกหนึ่งมั้ยครับ

 

                ร่างบางยกมือที่กอบกุมอยู่ขึ้นสูงแนบกับอกเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นของร่างกาย พลางส่งยิ้มหวานให้กับพี่ชาย พร้อมกับรอคำตอบด้วยหัวใจชื่นบาน

                ถ้าเป็นตอนนี้ก็คงจะบานเต็มที่แล้วล่ะอากินะยกมืออีกข้างขึ้นลูบหัวของน้องชายช่างเอาใจเบาๆ ก่อนที่จะชักมือออกไปเดินตรงไปหยิบตะกร้าหวายที่วางอยู่ นี่ก็เลยเวลามานานแล้ว จะไปที่ครัวใช่มั้ย ตามมาสิ

 

                ไม่แปลกใจเลยที่เพื่อนของเขายกให้คนตรงหน้าขึ้นรับตำแหน่งพี่ชายสุดที่รัก เพราะทุกการกระทำที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้มานั้นเต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่ต้องการแม้แต่สิ่งตอบแทน การกระทำที่มีให้เฉพาะคนในครอบครัว และเผื่อแผ่มายังตัวเขาด้วยความสัมพันธ์ที่ก้าวกระโดด

                แต่ถ้าหากว่าครั้งหน้าที่เราสองคนจะได้พบกันอีก โดยไม่ใช่ในฐานะเพื่อนของน้องชาย น้องชายของเพื่อนรัก หรือว่าน้องชายของคุณ แต่เป็นในฐานะของเจ้านายกับลูกน้อง ลูกน้องที่ต้องใช้ร่ายกายเข้าปกป้องคุณแล้วล่ะก็คุณจะยังดีกับผมเหมือนตอนนี้อยู่รึเปล่า?

                แต่ผมยินดีนะครับที่จะได้รับใช้และเป็นโล่ให้กับคุณ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ยินดีก็ตาม

                ครับ อากินะซัง

 

                พร้อมคำขานตอบรับ ชิราโทริก็เดินตามหลังคนตัวสูงไปต้อยๆ พยายามดึงตะกร้าผลไม้ที่อีกฝ่ายถืออยู่กลับแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่ออีกฝ่ายยกหนีเอาเสียดื้อๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของคุณชายสามดังก้องจนหลายๆคนอดสงสัยไม่ได้ว่าวันนี้คุณชายไปทานของแสลงมาหรืออย่างไรถึงได้หัวเราะอย่างมีความสุขมากเสียขนาดนั้น รึไม่ก็ถูกฟาดของแข็งที่ศีรษะมาจนความจำเสื่อม?

 

                ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุใดก็แล้วแต่ เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบสิบปีนับจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ช่วยให้คนทั้งบ้านพอเบาใจได้สักหน่อยว่าคุณชายของตนยังคงเหลือไว้ซึ่งจิตใจ

 

                อยากให้ห้องแห่งหัวใจที่ถูกพันธนาการไว้อย่างแน่นหนาถูกเปิดออกขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเรียกตัวตนที่แท้จริงของเจ้านายกลับคืนมา

 

                แต่เมื่อมันเป็นสิ่งที่เกินกำลัง ในตอนนี้ก็คงทำได้แต่ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้บาดแผลของจิตใจได้รับการเยียวยา

 

                แผลที่ถูกกรีดด้วยฝีมือของความโง่เขลาของพวกเราเอง….

 

 

 

                ...............................................................................

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet