[BL] Jewel AKiShira {Ch7}
posted on 20 Sep 2008 22:30 by akisame in Sakurabiyori
ทันทีที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า งานเลี้ยงต้องรับถูกจัดที่ห้องโถงกลางอย่างครึกครื้นก็ได้เริ่มต้นขึ้น สมาชิกของบ้านมากหน้าหลายตามาร่วมแสดงความยินดีให้กับการกลับมาของสองพี่น้องทสึคิคาเงะด้วยลีลาที่แตกต่างกันไปตามแต่จะคิดได้ บ้างก็ร้องเพลงแทนของขวัญ บ้างก็แสดงความสามารถที่ไม่พ้นกายกรรมโลดโผนระดับโลกของถนัด บ้างก็ชวนดื่มเพื่อย้อมใจเตรียมพร้อมสู้ศึกกับชีวิตในวันข้างหน้า และก็มีอีกมากมายหลายวิธีทั้งปกติธรรมดา รวมไปถึงแปลกประหลาดพิสดาร
ด้วยความต้องการทางวัยวุฒิที่ต่างกัน โต๊ะสังสรรค์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดสั้นจึงถูกนำมาวางต่อคู่กันเพื่อเพิ่มขนาดเนื้อที่และแยกรุ่นของผู้นั่งแบ่งออกเป็นฝั่งซ้ายสำหรับน้องชาย และฝั่งขวาเป็นของพี่ชายโดยมีประธานเป็นคุณชายสามผู้ที่เหมาะสมที่สุดในเรื่องของอายุและระดับความน่าเกรงขาม ซึ่งไม่รู้ว่าคนจัดที่นั่งคิดยังไงถึงได้วางน้องคนรองของบ้านทสึคิคาเงะนั่งติดหัวโต๊ะไล่ลงไปเป็นน้องคนเล็กของบ้านทสึคิคาเงะอีกเช่นกัน แล้วจึงเป็นคุณหนูริวอิจิที่ถูกจับนั่งให้ห่างผู้เป็นพี่เสียไกลลิบ ไหนจะรั้งท้ายด้วยคุณหนูยูอิจิที่คราวนี้จะไปอ้อนใครให้มาช่วยคีบกับข้าวให้
ที่เด็ดที่สุดก็เห็นจะเป็นที่นั่งของเหล่าพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงข้าม เหมือนกับจะรู้ว่าคู่ไหนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันหรือบางทีอาจจะไม่ดีเท่าไหร่นักจึงเป็นการแกล้งกันเสียมากกว่า ไม่รู้ว่าคนจัดสถานที่ตระเตรียมแผนการอะไรเอาไว้ฝั่งขวาติดกับหัวโต๊ะจึงถูกยกให้กับคุณหมอโชเฮที่ไม่ค่อยจะให้ความสนใจกับเรื่องของความรักเท่าไหร่นักอีกทั้งยังความรู้ช้าซะจนต้องเรียกว่าบื้อแสนบื้อนั่งติดคุณชายสามคู่กับชิราโทริว่าที่นายหญิงที่ถูกหมายตาเอาไว้
ถัดตามมาคือคุณชายห้า จอมเจ้าชู้ยูสึเกะที่กำลังหว่านเสน่ห์ให้ร่างบางผู้น่ารักชิคาระที่นั่งเป็นคู่อยู่ตรงข้าม อาจจะเป็นเพราะอยากเห็นคุณชายจอมกะล่อนเจ้าคารมหน้าแตกกันก็คราวนี้ถึงได้ยอมตามใจให้ลองเสี่ยงจีบหนุ่มน้อยผู้แสนใสซื่อไร้เดียงสาจนตามไม่ทันอะไรสักอย่างดูสักตั้ง แต่เพื่อความสนุกจึงตามประกบด้วยคุณพี่ชายที่สุดแสนจะหวงน้อง ทสึคิดคาเงะ อากิฮะ ผู้เป็นเจ้าของใบหน้าคล้ายคลึงหรือจะพูดให้ง่ายๆก็คือฝาแฝดของคุณชายอากินะ เหมือนกันชนิดที่ว่าถ้าหากไม่มีสีตากับสีผมเป็นจุดสังเกตก็อาจได้มีการทักถูกทักผิด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อขนาดชื่อยังคล้ายกันชวนให้สับสนอยู่บ่อยๆเลย และคู่ของพี่ใหญ่บ้านทสึคิคาเงะจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคู่ปรับที่เหมือนกับเคียดแค้นมาตั้งแต่ชาติปางก่อนอย่างคุณหนูริวอิจิ งานนี้คงได้ชมมวยคู่เอกกันอย่างสนุกสนานอย่างแน่นอน นับว่าผู้จัดที่นั่งยังคงเมตตาต่อคุณหนูน้อยยูอิจิอยู่ไม่น้อยจึงได้ส่งคุณหมอเซยะ พี่ชายผู้ช่างเอาอกเอาใจให้ตามมาดูแลอยู่ใกล้ๆ หากไม่เกรงใจว่าจะได้ยินเสียงร้องโวยวายอย่างกระจองอแงดังให้รำคาญหูแล้วล่ะก็ สวรรค์คงไม่เป็นใจอย่างนี้หรอก
แล้วทีนี้ทั้งคุณหนูที่สุดแสนจะขี้อ้อนทั้งสองก็ถูกกันออกไปไกลพี่ชายอากินะ แถมพี่ชายอากิฮะก็ต้องติดอยู่กับการปะทะคารมจนไม่สามารถดูแลน้องชิราโทริที่นั่งอยู่ไกลได้ คราวนี้แหละได้จัดงานฉลองต้อนรับนายหญิงคนใหม่ตามมาแน่ๆ
รินนะและเหล่าบรรดาสาวใช้ต่างยืนอมยิ้มกันอย่างมีเลศนัย ถึงแม้แม่บ้านทั้งหลายจะมารู้ความจริงเอาทีหลังว่าเข้าใจผิดเต็มๆเปา เมื่อว่าที่นายหญิงคนใหม่นั้นเป็นผู้ชายที่มองยังไงก็ขัดกับใบหน้าที่แสนจะสวยคมไม่ต่างจากดอกกุหลาบที่กำลังแย้มกลีบบานอย่างเต็มที่ แต่พอได้รู้แล้วลองมองตามความเป็นจริงผนวกกับใช้จินตนาการเป็นตัวช่วยหัวใจก็ต้องเต้นผิดจังหวะกันไปเป็นแถบๆเมื่อลองจับชายหนุ่มเปลี่ยนมาใส่ชุดนักร้องบอยแบรนขวัญใจ
.......แหม ก็หน้าตาดี ใส่อะไรก็ดีก็หล่อไปหมด หล่อเสียจนใจอดสั่นไม่ได้ แต่พอมาจับแต่งหญิงก็สวยซะจนผู้หญิงแท้ๆอย่างเรายังต้องอาย แบบนี้มันน่าจับมาแต่งเต็มยศเตรียมเข้าหอกันไปข้าง คราวนี้ล่ะแม้แต่คุณชายสามต้องหลงหัวปักหัวปำ หุ หุ อะไรนะ นายหญิงเป็นผู้ชาย? แต่ถึงจะเป็นผู้ชายก็เถอะแล้วมันยังไงล่ะ ก็คนมันปักใจไปแล้วว่าจะเอาคนนี้ แค่เจออุปสรรคเล็กน้อยจิ๊บจ๊อยแค่นี้แล้วทำไมถึงต้องเปลี่ยนใจ นายน้อยตัวเล็กที่อยากได้จะไปยากอะไรก็รับเลี้ยงมาสักคนมันไม่เสียหายหรอก แล้วอีกอย่างดูท่าคุณชายห้าจะหามาให้อีกเป็นเบือจนนั่งเลี้ยงกันแทนไม่หวาดไม่ไหว ตำแหน่งนายหญิงของบ้านนารุคามิเราแน่นอนว่าต้องคัด ขืนตามใจปล่อยให้คุณชายเลือกเองแล้วเป็นเหมือนครั้งที่แล้วหรือต้องเสี่ยงดวงว่าจะได้ดีหรือร้ายอย่างบ้านคามินาริแล้วถ้าเกิดดวงซวยได้ร้ายขึ้นมาจะว่ายังไง เราไม่ฉลาดน้อยเหมือนอย่างผู้ชายบ้านนั้นหรอก มีอย่างที่ไหนมาทำครัวบ้านเราเจ๊งแล้วซ่อมไม่เสร็จสักที นี่จะเป็นอาทิตย์อยู่แล้วนะยะ........
โชคดีจริงที่คำพูดเหล่านั้นเป็นความคิดที่ดังอยู่ภายในใจ ไม่คิดเลยว่าหากผู้ที่ต้องตกเป็นตุ๊กตาชักใยรู้เข้าจากงานเลี้ยงต้อนรับจะเปลี่ยนเป็นงานเลี้ยงอำลาที่สนุกสุดเหวี่ยงขนาดไหน แต่มีหรือคนจอมบงการจะไม่วางแผนป้องกันเอาไว้ด้วย ในเมื่อบรรดาคุณๆต้องจับสลากเลือกที่นั่งกันเองก่อนแล้วทำไมถึงต้องสงสัยกับดวงชะตาของตน ในเมื่อรัฐบาลยังมีหวยล็อกได้แล้วทำไมจะมีที่นั่งล็อกบ้างไม่ได้ เพื่อละครที่คุ้มค่าแก่การชมลงแรงเพียงแค่นี้ถือว่าเล็กน้อยนัก ละครงวดนี้คงมันย่องกันเชียวล่ะ
และฉากเข้าพระเข้านางคู่เด็ดที่เฝ้ารอจับตามองมาโดยตลอดจะเป็นคู่ไหนไปได้นอกจากคู่ของคุณชายสามกับน้องชายคนงามชิราโทริ เพิ่งจะได้ข่าวมาว่าสนิทสนมกันจนถึงขนาดเดินหัวเราะต่อกระซิกกัน แหมๆอะไรจะโดนใจได้คนคอยเชียร์อยู่ข้างหลังได้ขนาดนี้ ตอนนี้ใครจะสนคู่อื่นก็สนไป แต่รินนะขอสนคู่นี้ก่อนล่ะ เพราะท่าทางจะมีแสงแห่งความหวังมากกว่า เพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่าการจับคลุมถุงชนมันสนุกอย่างนี้นี่เอง
หลังจากการแสดงโชว์ชุดใหญ่ในช่วงเวลาระหว่างอาหารเรียกน้ำย่อยจบลง อาหารจานหลักมากมายหลากหลายเมนูก็ถูกนำมาเสริฟ์ถึงที่ติดๆ เหล่าสมาชิกฝ่ายชายที่ตั้งหน้าตั้งตารออาหารมือสุดพิเศษมื้อนี้มาตั้งแต่เช้าพากันส่งเสียงเฮฮากันเสียยกใหญ่จนฝ่ายหญิงผู้เป็นคนจัดการเตรียมพร้อมเกือบหลุดยิ้มหน้าบานแทบเป็นจานกระด้งออกมา แต่เรื่องอะไรจะยอมตกเป็นรอง ถึงศักดิ์ศรีมันจะกินไม่ได้ก็จริงแต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ภูมิใจได้ล่ะน่า และด้วยเหตุนี้เหล่าแม่บ้านผู้เย่อหยิ่งจึงยังคงตั้งท่าวางมาดนิ่งด้วยความมั่นใจในฝีมือ แล้วแอบซ่อนรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจเอาไว้ข้างในไม่ให้ใครได้ล่วงรู้
ก็เพราะว่าเป็นกันอย่างนี้นี่แหละคุณหนูสองคนที่คอยดูแลกันอย่างประคบประหงมถึงได้ติดนิสัยปากไม่ตรงกับใจ
“ทานเยอะๆนะทั้งสองคนไม่ต้องเกรงใจ” อากินะยิ้มให้กับน้องชายทั้งสองของเพื่อนอย่างไมตรี หากจะเรียกว่าติดนิสัยจากงานบริการที่ทำจนเคยชินก็คงไม่ผิด และเมื่อเจ้าบ้านเอ่ยปากอย่างนี้ชิราโทริและชิคาระจึงค่อยคลายความประหม่าลงมากอย่างเห็นได้ชัด
ยอดมากค่ะคุณชายขา เปิดบทสนทนาอย่างเป็นกันเองอย่างงี้แหละดี
“ครับ อากินะซัง” ชิราโทริตอบรับสั้นๆด้วยรอยยิ้มกว้าง ช่างน่ารักน่าเอ็นดูไม่แพ้คนน้องที่คนอื่นๆในบ้านต่างลงคะแนนเสียงให้กันมากที่สุด
มันต้องอย่างงั้น ยิ้มหวานๆนั่นแหละคือไม้เด็ดของการมัดใจ!
“จริงสิ อากินะ หมู่นี้นายได้แวะไปหาฟูยูมิบ้างรึเปล่า” คุณหมอโชเฮเอ่ยถามอย่างนึกได้ พลางคีบปลาหมึกลงกระทะแทนที่เนื้อหมูที่กำลังสุกได้ที่ลงสู่จานส่วนกลาง ในขณะที่คุณชายสามเองก็กำลังคีบเบคอนขึ้นย่าง การกระทำปกติทั่วไปที่แสนจะขัดใจคนดูโดยแท้
คุณหมอขาอุตส่าห์จับมานั่งเพื่อเป็นไม้กันหมา อุ๊ย! กันพี่ชาย แต่ไฉนเลยถึงได้กลายเป็นก้างเองอย่างนี้ล่ะคะ อยู่ๆก็มาขัดแล้วว่าที่นายหญิงจะหาเรื่องอะไรมาคุยกับคุณชายได้อีกล่ะ
“ไม่ได้ไป อย่างบอกนะว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก” คนถูกถามเลิกคิ้วสงสัยหน่อยๆโดยหารู้ไม่ว่าคนที่แอบยืนดูอยู่ไกลๆกำลังเริ่มกัดฟันขมวดคิ้วจนแทบอยากจะออกไปตัดห้องน้อยแต่พอตัวให้คู่สร้างคู่สมที่มาดหมายได้ดูตัวเตรียมหมั้นกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
คุณชายได้โปรดอย่าติดเชื้อบื้อตาม รินนะขอร้อง ดูสิว่าที่นายหญิงได้แต่มองเอาๆ จนแล้วจนรอดก็หันไปคุยกับน้องรักสร้างโลกกันอยู่แค่สองคนไปแล้ว โถ่ ไอ้เราก็อุตส่าห์จับคู่ให้แล้วยังหลุดมาชวนคุยอีกจนได้ คุณชายห้าอย่าบอกนะว่าแค่เรื่องชวนคุยแค่นี้ก็ทำไม่ได้ เจ้าคารมระดับเซียนสิ้นฤทธิ์แล้วรึยังไงคะ
“เปล่าหรอก ก็แค่เป็นห่วงน่ะ เห็นว่ารำคาญแมลงหวี่แมลงวันที่ตามตื้อไม่เลิก” โชเฮตอบไปตามประสาคนเป็นพี่ที่แสนจะหวงน้องสาว เป็นธรรมดาที่ต้องรู้สึกรำคาญใจเมื่อมีหนุ่มๆที่ไม่พึงประสงค์มาป้วนเปี้ยนขอความรักไม่เลิก ถึงจะควรจะภูมิใจว่ามีน้องสาวน่ารักก็เถอะ แต่หัวอกของพี่ชายมีใครบ้างที่จะทนเห็นหนุ่มเพลย์บอยเข้ามายุ่มย่ามอยู่ใกล้ๆดอกไม้งามของครอบครัวได้
“หึ ห่วงหรือว่าหวงกันแน่” คุณชายสามพูดดักคออย่างรู้ทัน กระตุกยิ้มน้อยๆเพียงมุมปาก ส่ายหัวเบาๆกับคุณพี่ชายที่เมื่อเชื่อวันยังบอกให้เขาปล่อยวางเรื่องน้องๆอยู่เลยแต่นี่ยังไม่ทันไรความเป็นพี่ใหญ่ก็เริ่มแผลงฤทธิ์เข้าอีกแล้ว
ว่าที่นายหญิงหันไปสนใจการแสดงบนเวทีแล้วนะคุณชาย พูดอะไรกับเขาบ้างสิ เรื่องคุณหนูใหญ่ เรื่องงานเอาไว้คุยกันทีหลังจะตายรึไงคะ!!
คุณชายสองยกสาเกขึ้นจิบช้าๆ สบสายตาตรงๆ “ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ รึว่านายคิดอยากจะส่งน้องเข้าหอแล้ว?”
“ถ้าฟูยูมิได้เป็นฝั่งเป็นฝาทั้งฉันทั้งนายเองก็จะได้หมดห่วงไม่ดีรึไง เอาน่า คนใจกว้างเป็นแม่น้ำอย่างนายจะมาแคบอะไรตอนนี้ คนที่อยากจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไปทั้งชีวิตก็ต้องให้เจ้าตัวเป็นคนเลือกเองสิ”
ตายแล้ว นี่คุณชายหลอกด่ารินนะหรือคะ!
คนแอบฟังอีกทั้งยังเป็นตัวตั้งตัวตีและเจ้ากี้เจ้าการอุทานอยู่ในใจ แสร้งยิ้มกลบเกลื่อนทำเป็นสนุกสนานไปกับการแสดงการฟ้อนรำพัดของเหล่าแม่บ้านด้วยกลัวว่าจะถูกคุณชายสามที่ต้องตกเป็นเหยื่อของความสนุกในครั้งนี้จับได้ ไม่น่า อย่าทำเป็นกระต่ายตื่นตูมไปหน่อยเลย ถ้าคุณชายแกรู้เข้าจริงป่านนี้ระเบิดคงได้ลงจนบ้านบึ้มไปแล้ว หน้าตาคงไม่สดชื่นแจ่มอย่างนี้หรอก เย็นไว้ รินนะ อย่าเผยไต๋เด็ดขาด อนาคตของบ้านนารุคามิอยู่ในมือของเธอแล้ว เพราะฉะนั้นจับตาดูต่อโลด!!
“อ่ะ ลองชิมดูสิ เป็นสูตรพิเศษของที่นี่น่ะ ชิมแล้วจะติดใจ” คุณชายอากินะคีบเนื้อย่างซึ่งหมักด้วยเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะออกจากกระทะแล้ววางลงบนจานกลมๆใบสวยของน้องเพื่อนที่ได้ตำแหน่งใหม่เป็นนายหญิงของบ้านมาสดๆหมาดๆจากหัวหน้าแม่บ้านรินนะ
อ...เอาใจ?
ราวกับต้องการให้คนที่คอยลุ้นอยู่ข้างหลังได้เบาใจว่าแรงที่ลงไปตั้งมากมายผนวกด้วยคำอธิษฐานจะไม่เสียเปล่าเมื่อตุ๊กตาตัวโตที่ถูกแอบชัดใยเดินไปตามจังหวะที่วางเอาไว้อย่างต่อเนื่องสร้างปรากฏการณ์เกินคาดทำเอาคนวางแผนต้องตกตะลึงจนต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตนไม่ได้ตาฝาดไป
“ขอบคุณครับ อากินะซัง” ร่างบางส่งยิ้มหวาน ใบหน้าสวยแดงเรื่อๆเมื่อได้รับการเอาใจใส่จากร่างสูง กลีบปากสีชมพูเผยอน้อยๆเอ่ยถ้อยคำอย่างน่ารัก
แหม มันน่าให้คุณชายกระชากจูบมันสักทีสองทีให้ตายสิ อะไรมันจะได้ใจแม่ยกขนาดนี้ กรี๊ดดดดดดด ขออีกสักรอบได้มั้ย กรี๊ดดดดดด ยิ้มให้กันแล้ว สำเร็จ! ร้อยวันปีพันปีเพิ่งจะเห็นคุณชายเอาอกเอาใจคนอื่นเป็นนอกนายหญิงท่านกับพวกคุณหนู ทางออกดูจะสดใสอยู่รำไรแล้ว
“นี่ก็รสชาติดี โชคร้ายหน่อยนะที่จับสลากได้ตรงหัวโต๊ะ ต้องห่างเพื่อน คุยกันก็ไม่สะดวกแถมยังต้องมานั่งทนฟังคนแก่คุยเรื่องน่าเบื่ออยู่แบบนี้” โชเฮคีบกุ้งตัวใหญ่ให้กับคนอายุน้อยกว่าอย่างเอ็นดู และหากไม่ติดว่าน้องชายคนเล็กของเพื่อนอีกคนมีอาหารอยู่เต็มจานจนแทบล้นด้วยฝีมือการเอาอกเอาใจของคุณชายเพลย์บอยล่ะก็ เขาเองก็คิดจะตักอาหารให้ชิมอยู่เหมือนกัน เห็นแล้วก็อดสงสารคนถูกเอาใจไม่ได้ น้องเขาตัวเล็กแค่นั้นจะกินอาหารมากมายที่นายตักให้ไหวเหรอยูสึเกะ อะไรจะดูแลได้ออกนอกหน้าขนาดนี้
ชิราโทริยิ้มนิดๆพร้อมก้มศีรษะรับ “ขอบคุณครับอิชิยามะซัง แล้วก็คนแก่อะไรกันครับ อายุก็ไม่ต่างจากพี่อากิฮะเท่าไหร่แท้ๆ ไม่เรียกว่าแก่หรอกครับ ผมว่าเป็นช่วงที่กำลังใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าเลยทีเดียวนะ”
“ความรู้สึกของพี่ใหญ่มันก็อย่างงี้แหละ ใช่มั้ยพี่หมอ”
เป็นเพราะคำพูดโดนใจ คุณชายสามจึงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงติดจะล้อนิดๆ และน้ำเสียงที่ย้อนกลับก็ไม่แตกต่างไปจากคนที่ถูกน้องชายแหย่กระเซ้าเท่าไหร่นัก ก็ในเมื่อมันก็เป็นกันทั้งคู่นั้นแหละที่คิดว่าตัวเองแก่มากกว่าอายุจริงสักสิบยี่สิบปี แต่มันจะไปแปลกอะไรก็ในเมื่อพวกเขาต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆแทนคุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่เด็ก มีหรือที่จะไม่เผลอคิดไปบ้างว่าตัวเองได้กลายเป็นพ่อคนไปแล้ว
“ได้ใช้อย่างคุ้มค่าจริงๆที่ต้องมารบกับคนไข้ดื้อด้านอย่างนาย”
“ผมว่าคนไข้ก็ดื้อกันเกือบผมทุกคนนะครับ อิชิยามะซังเวลาทำงานคงต้องใช้จิตวิทยาเต็มที่แน่ๆเลย”
น้องชายคนรองของบ้านทสึคิคาเงะหัวเราะเบาๆอย่างน่ารัก ในขณะที่จิตวิญญาณของสายสืบที่แอบแฝงอยู่ภายในกำลังทำงานเก็บข้อมูลทีละนิดๆโดยที่ยังคงยิ้มแย้มพูดคุยตามปรกติ แล้วก็สะดุดกับคำว่าพี่ใหญ่ ดวงตาสีฟ้าสวยฉายแววรื่นรมย์กับความเมตตาของคนมากประสบการณ์กว่าทั้งสอง แต่ที่จริงแล้วตัวเขากำลังยิ้มให้กับข้อมูลสำคัญที่หลุดออกมาจากปากของคุณชายต่างหาก จากที่แอบนั่งฟังเงียบๆตั้งแต่แรกเนื้อหาของบทสนทนามันยิ่งเป็นหลักฐานยืนยันให้เขามั่นใจได้เลยว่าสันนิษฐานเรื่องสองพี่น้องอิชิยามะคือสองพี่น้องอามาซาวะที่หายสาบสูญไปเป็นความจริงไม่ผิดตัว
“เห็นหมอก็เป็นอย่างนี้กันหมด บังคับได้บังคับดี ใช่ว่าคนไข้จะไม่พยายามทำตามคำสั่งแต่ว่าบางทีโอกาสมันก็ไม่เอื้อ เรื่องบางเรื่องมันจำเป็นต้องทำจริงๆ ว่ามั้ย ชิราโทริ” พอได้ทีคนไข้หัวดื้อหมายเลขหนี่งของคุณหมอก็หาพวกเข้าข้าง แล้วก็เป็นไปอย่างที่หวังพรรคพวกของเขาไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ
พรรคพวกคนงามของคุณชายหัวดื้อเอียงคอนิดๆ “ถ้าจำเป็นจริงๆนะครับ แต่ผมก็ยอมรับในที่เคยเป็นฐานะคนไข้นะ ว่าบางทีผมก็มีเผลอผิดคำสั่งหมอบ้างเหมือนกัน”
ร่างบางยิ้มเขินๆในท่อนท้ายช่างน่าเอ็นดู แก้มขาวใสอมชมพูเรือสีแดงฝาดจนเห็นได้ชัด สองมือบางเอื้อมไปคีบเนื้อย่างฝีมือตนที่ได้มีโอกาสหมักเอาไว้ในตอนที่ไปช่วยงานในครัวทั้งนี้เพื่อเปลี่ยนเรื่องและกลบเกลื่อนความเขินอายของตน การแสดงออกที่แนบเนียนเป็นธรรมชาติจนไม่มีใครเคยดูออกสักครั้งเลยว่ามันคือการแสดงออกที่เจ้าตัวนั้นจงใจทำ
“ลองทานอันนี้สูตรของผมดูบ้างนะครับ”
คุณหมอโชเฮยิ้มเย็นแยกเขี้ยวน้อยๆใส่จอมหัวแข็ง “แต่คนไข้อย่างนายฉันไม่เชื่อหรอกว่ามีความจำเป็นจริงๆ” แล้วซาตานก็เปลี่ยนร่างกลับไปเป็นเทวดาผู้แสนอ่อนโยนทันทีเมื่อหันไปหาคนน่ารักแล้วยิ้มให้อย่างจริงใจ พลางยกจานขึ้นรับเนื้อย่างที่กำลังสุกได้ที่ซึ่งส่งกลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอ “ขอบใจนะ”
คุณชายอากินะอดเข่นเขี้ยวใส่คุณหมอพี่ชายตนกับการกระทำที่แตกต่างราวกับหน้ามือและหลังมือไม่ได้ เพราะมีนิสัยที่ใกล้เคียงกันในจุดนี้จึงไม่แปลกที่ใบหน้าหล่อเหล่าจะยิ้มกว้างแบบเทพบุตรให้กับร่างบางที่ตกต้องมาเป็นคนกลางโดยไม่ทันรู้ตัว
“งานนี้ต้องลองดู” ว่าพลางคีบเนื้อย่างเข้าปาก เคี้ยวชิมรสอยู่พักหนึ่งแล้วจึงยิ้มกว้างอย่างเอาใจออกมา “อืม..ดี ฝีมือดี”
ไม่ยิ้มเปล่า ยังมีพูดชมแถมอีก การเอาอกเอาใจที่ทำเอาทั้งคุณหมอและคนที่แอบเชียร์อยู่ไกลๆอย่างรินนะต้องตกตะลึกจนตัวแข็งคิดอยากจะเอามือตบหน้าตัวเองดูจริงๆว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ก็คุณชายสามตัวจริงเสียงจริงเคยทำอย่างนี้ซะที่ไหน ถ้าไม่นับตอนเด็กๆตั้งแต่โตมาก็เรียกได้ว่าไม่เคย ไม่เคยเลยจริงๆ คุณชายสามตัวจริงมันต้องทำหน้านิ่งๆ ถ้าอร่อยก็กินเอาๆ แต่ถ้าไม่อร่อยก็จะไม่แตะอีกเลย แต่นี่มีอย่างที่ไหน ยิ้มด้วย ชมด้วย แล้วก็คีบกินต่ออีก โอ๊ย รินนะรู้สึกตาชักจะร้อนวาบ เริ่มอิจฉาเข้าซะแล้วสิ รู้สึกเหมือนถูกลูกชายทิ้งยังไงยังงั้นเลย
“ถ้าชอบใจก็ทานเยอะๆนะครับ” ว่าที่นายหญิงของคุณชายสามหัวเราะนิดๆอย่างดีใจ ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยเลียบเคียงถาม ใบหน้าสวยคมถูกปรับให้ปรากฏรอยยิ้มขณะพูด และแววตาที่เต็มเปี่ยมไปความบริสุทธิ์ใจ “ว่าแต่... น่าอิจฉาจังนะครับที่สนิทกันขนาดนี้ เหมือนพี่น้องแท้ๆบ้านเดียวกันเกิดตามกันมาอย่างไรอย่างนั้นเลย”
“นั่นสินะ คงเป็นเพราะอายุของเราสองคนไล่ๆกันด้วย” คุณหมอผู้ไม่รู้เรื่องเท่าทันแผนการตอบคล้ายเออออไปตามน้ำ ไม่เชิงตอบรับและก็ไม่เชิงตอบปฎิเสธ เหมือนกับอีกคนที่เสริมขึ้นมาไม่มีผิดเพี้ยน
“แต่ที่สำคัญก็เพราะนายชอบทำตัวเป็นพ่อให้ฉันน่ะสิ นี่ฉันควรจะดีใจสินะที่ได้คนคอยมาดูแลจู้จี้จุกจิกเพิ่ม” น้ำเสียงฟังคล้ายเหนื่อยหน่ายนิดๆ แต่เมื่อรอยยิ้มน้อยๆฉายชัดอยู่ในแววตาจึงรู้ชัดได้ทันที่เลยว่าร่างสูงก็แค่บ่นไปเล่นๆเท่านั้น
สายสืบหนุ่มยิ้มนิดๆ เน้นความสัมพันธ์ที่สงสัยให้กระจ่างชัดขึ้น “มันคือความรักและห่วงใยอย่างครอบครัวสินะครับ แม้ในยามที่ได้รับจะรู้สึกหงุดหงิดบ้างกับความจู้จี้ แต่ก็รู้ว่ามาจากความปรารถนาดี เป็นความอบอุ่นของชีวิต เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าตนเองมีค่า และเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีชีวิตต่อไปในโลกใบนี้ได้”
“เพราะอย่างงั้นก็จงรับความรักของฉันไปซะ น้องชาย”
โชเฮคีบซาชิมิชิ้นโตให้กับอากินะ อีกฝ่ายก็ยื่นชามรับเนื้อปลาของโปรดทันที ยิ้มบางๆเพียงมุมปาก เอ่ยหยอกๆ
“เพราะเห็นว่าหวังดีถึงได้รับไว้หรอกนะ”
ชิราโทริยิ้มตามไปกับบรรยากาศอบอุ่น สัมผัสถึงความผูกพันความห่วงใยของพี่น้องร่วมสายเลือดได้เด่นชัด ดวงตาสีสวยปรายมองแก้วกระเบื้องสองใบที่วางอยู่ใกล้ๆกันซึ่งพร่องน้ำสีใสลงไปมาก ฝ่ามือเรียวบางจึงเอื้อมไปหยิบเอากาน้ำชาเพียงกาเดียวที่อยู่ใกล้มือด้วยหมายจะรินให้กับคุณชายสามก่อน สองมือประคองขวดค่อยๆรินด้วยมารยาทและท่าทางอย่างคนที่ถูกอบรมมาอย่างดี
ว่าที่นายหญิงสบดวงตาคมสีเข้ม พลางส่งยิ้มหวาน
“เติมชานะครับอากินะซัง กลิ่นแบบนี้คงเป็นชาผสมสมุนไพรบำรุง ดื่มมากๆจะได้แข็งแรงนะครับ”
“ฉันดูเหมือนคนอ่อนแอมากขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ” อากินะอดแปลกใจไม่ได้กับความช่างสังเกตของร่างบางที่รู้ว่าเขาไม่ได้ดื่มเหล้าสาเกแต่เป็นน้ำชาสมุนไพร ดวงหน้าคมคายจึงระบายยิ้มอ่อนโยน รอยยิ้มที่นานๆครั้งจึงจะมีโอกาสได้เห็น แต่ดูเหมือนว่าโอกาสจะมาเยือนให้กับน้องชายของเพื่อนรักคนนี้อยู่บ่อยครั้งจนหัวหน้าแม่บ้านที่แอบมองต้องหันไปออกอาการตื่นเต้นดีใจกับฝากำแพง และเมื่อสาสมแก่ใจแล้วก็หันกลับมาด้วยท่าทีปกติอย่างเดิม
ชิราโทริยิ้มรับบางๆ “คนเราต่างก็มีช่วงเวลาที่อ่อนแอไม่ใช่เหรอครับ ไม่ว่าจะที่ใจหรือที่กาย แต่ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่อ่อนแอหรือไม่ การบำรุงร่างกายและหัวใจของตนให้แข็งแรงก็ไม่ผิดนี่ครับ”
ฝ่ามือเรียวค่อยๆวางกาน้ำชาลง แล้วหยิบขวดสาเกอีกขวดขึ้นรินให้กับคุณหมอที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตน ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มนิดเอ่ยขออนุญาตก่อนจะค่อยๆรินสาเกใส่แก้วของอีกฝ่าย “เติมสาเกนะครับอิชิยามะซัง”
“เอาใจเก่งอย่างนี้มิน่าล่ะฝาแฝดของนายถึงได้หวงมองมาตาเขียวปั๊ดขนาดนั้น” โชเฮยกยิ้มกว้าง ดวงตาอ่อนโยนหันไปมองคุณพี่ชายที่ว่าอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหันกลับมาด้วยรอยยิ้มผสานด้วยเสียงหัวเราะที่ดังกว่าเดิม ถึงแม้จะดูน่าหมั่นไส้สำหรับนายตำรวจหนุ่มที่นั่งอยู่ไกลไปสักหน่อย แต่มันก็คงจะดีกว่าเสียงหัวเราะไปตามน้ำของใครบางคนที่ชิราโทริจับได้อย่างชัดเจนว่าไม่มีอารมณ์ร่วมสักเท่าไหร่นัก
ใบหน้าหล่อเหล่าที่ดูซีดเซียวเนื่องด้วยขาดการพักผ่อนที่เพียงพอประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ หากกลับมองเห็นได้ถึงความเศร้าหมองที่ซุกซ่อนอยู่ภายในได้อย่างง่ายดาย และสาเหตุของมันก็คงจะไม่ใช่อะไรอื่น คำพูดของน้องชายคนใหม่กระทบเข้ากับใจของเขาเต็มๆ สะกิดปัญหาที่แก้ไม่ตกซึ่งค้างคาอยู่ในใจมานานนับสิบปี
.......นี่เราแสร้งทำเป็นเข้มแข็งแล้วเก็บซ่อนความอ่อนแอมานานเท่าไหร่แล้วนะ เราจะทนไปได้อีกนานเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนนี้หรือแม้แต่วันข้างหน้า หัวใจของผมก็ยังคงอยู่กับคุณ อีกไม่นานผมจะต้องกลับสู่วังวนเก่าๆแล้ว ผมจะฝ่าฝันมันไปด้วยร่างไร้หัวใจได้สำเร็จหรือเปล่านะริกกะ.......
คุณชายสามแห่งนารุคามิหรืออดีตทายาทยากูซ่าตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดชั่วครู่ และเมื่อแลเห็นสายตาคู่สวยที่มองมาอย่างเป็นห่วงดวงตานิ่งเรียบพลันระบายความอ่อนโยนออกมา น้ำเสียงทุ้มต่ำกล่าวเบาๆ “นี่คงเป็นเคล็ดลับที่ทำให้พี่ชายของเธอมีหัวใจที่เข้มแข็งดุจเหล็กสินะ มีกำลังใจดีแบบนี้ช่างน่าอิจฉา”
ชิราโทริยิ้มออกมาบางๆ ด้วยตัวเขาเองก็พอจะนึกได้ว่าร่างสูงกำลังคิดถึงเรื่องอะไรอยู่จึงอยากจะให้กำลังใจคนอ่อนแอคนนี้ เสียงหวานเอ่ยอย่างห่วงใย “อากินะซังเองก็มีไม่ใช่เหรอครับ คนที่มีค่า คนที่สำคัญ ครอบครัว เพื่อน พี่น้องที่อยู่รอบกาย”
ร่างบางค่อยๆหันไปมองคนอื่นๆรอบกายที่ต่างก็กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานในห้องเดียวกัน กลีบปากสีสวยคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนที่จะหันกลับมาสบตากับคนตัวโตที่น่าสงสารในสายตาของเขาอีกครั้ง
“เวลาที่ได้เห็นพวกเขามีความสุขร่วมกันแบบนี้ คุณไม่รู้สึกถึงความสุขเล็กๆในใจเหรอครับ”
เป็นเพราะสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยจากดวงใจที่บริสุทธิ์ คนที่เหลือแต่เพียงหัวใจที่ตายด้านจึงรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของมันอีกครั้ง ดวงตาคมปราบกวาดมองไปโดยรอบ พี่หมอคนโตที่นั่งอยู่ข้างๆกำลังพูดคุยกับน้องชายจอมเจ้าชู้อย่างสนุกสนานโดยดึงหวานใจคนใหม่ของคุณชายห้าให้ร่วมฟังถึงวีรกรรมในวัยเด็กของพวกเขาซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็คือประสบการณ์รักเร่าร้อนที่ผ่านมาแล้วอย่างโชกโชนของแต่ละคน แต่มีใครบ้างเล่าที่จะมีประการณ์มากมายหลายรูปแบบจนน่านำมาเล่าให้ฟังเป็นตัวอย่างได้ดีเท่ากับคุณชายห้า คงไม่มีอีกแล้ว และด้วยเหตุนี้คนเจ้าชู้ถึงได้ทำตัวสงบเสงี่ยมมากผิดปกติเพื่อสร้างภาพพจน์ของสุภาพบุรุษแสนดี พลางส่ายหัวดิกๆยกมือค้านปฏิเสธตั้งแต่ต้นจนจบว่าเรื่องที่เล่ามามันไม่เป็นความจริง ในขณะที่นายตำรวจเพื่อนรักก็กำลังปะทะคารมกับคู่ปรับที่นั่งอยู่ตรงข้าม หยอกกันไปแกล้งกันมาดูจะสนุกไม่น้อย แต่มันคงจะทำให้รู้สึกดีมากกว่านี้ถ้าคนที่กำลังถูกรังแกอยู่ไม่ใช่น้องชายที่เขาเกิดอยากจะหวงขึ้นมาตะหงิดๆ และสุดโต๊ะก็คือสองพี่น้องผู้กล้าตัวแสบกับคุณหมอคนน้องที่นั่งกินนั่งชมการแสดงพลางยกแก้วชนกับโต๊ะอื่นๆ ส่งเสียงครื้นเครงเฮฮากันยกใหญ่
ความสุขเล็กๆค่อยเอ่อล้นออกมาจากจุดเล็กๆจนครอบคลุมไปทั้งใจ รอยยิ้มบางทว่าว่าอบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขค่อยๆระบายออกมา มือใหญ่ยกลูบศีรษะเล็กของคนใกล้ตัวแล้วเปลี่ยนเป็นขยี้อย่างหมั่นเขี้ยว “เป็นห่วงเกินไปแล้ว ถ้าเกิดฉันไม่รู้สึกถึงความสุขที่ว่าจะยิ้มได้เสียมาดคุณชายสามขนาดนี้เหรอ ขี้กังวลแบบนี้ระวังจะแก่ก่อนวัยอันควรนะ”
เมื่อได้ชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง คนขี้แกล้งจึงเริ่มแผลงฤทธิ์ออกลาย อุปนิสัยที่ใครต่อใครไม่คาดคิดว่าคนเคร่งขรึมขนาดนี้จะมีได้ เนื้อปลาที่อยู่ในจานของร่างบางถูกฉกเข้าปากไปต่อหน้าต่อตา ริมฝีปากบางยกยั่วยิ้มอย่างจงใจ
“อ๊ะ! เล่นทีเผลอกันนี่ครับ” คนถูกแกล้งใช้มือข้างหนึ่งลูบๆผมให้หายยุ่งพลางอีกมือก็คีบกุ้งจากจานของร่างสูงมาเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆแล้วสบตาจริงจังประมาณว่า ‘เอาคืน’
แต่มีหรือที่คนช่างหาเรื่องกลั่นแกล้งจะยอมยกธงขาวยมแพ้โดยง่าย มือใหญ่ยกขึ้นดึงแก้มนุ่มที่กำลังเคี้ยวกุ้งตุ้ยๆแล้วปล่อยออก จากนั้นก็ดึงใหม่อีกสักรอบ พลางหัวเราะชอบใจจนอากิฮะพี่ชายผู้สุดแสนจะหวงน้องและคนอื่นๆพากันหันมามองขวับ ด้วยประสบการณ์ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าร่างสูงจึงแกล้งทำเป็นตบมือทำท่าชอบใจกับการแสดงวิชาป้องกันตัวที่ดูยังไงก็ไม่เห็นถึงความตลก การเปลี่ยนเรื่องเปลี่ยนจุดสนใจที่ครั้งนี้ดูท่าจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่นัก สายตาทุกคู่ที่มองมาเต็มไปด้วยความสงสัยจนอดคิดไม่ได้ว่าความจริงแล้วคุณชายสามเส้นตื้นผิดมนุษย์? หรือมีใครสักคนแอบวางยามาตั้งแต่ตอนเช้าถึงได้มาออกฤทธิ์ตอนกลางวันจนถึงดึกดื่นป่านนี้ นับว่าเป็นบุญของเราจริงๆที่วันนี้ได้เห็นรูปปั้นหัวเราะได้ตั้งหลายหน
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มร้ายๆ ดวงตาฉายแวววิบวับอย่างสนุกสนานที่ได้แกล้งคนทันทีที่ทุกคนหันกลับไปสนใจสิ่งอื่นๆต่อ ไม่เว้นแม้แต่คุณหมอโชเฮที่ถึงแม้จะยังคงสงสัยอยู่แต่ก็รีบหันกลับไปสนใจโชว์ศิลปะการต่อสู้ที่ชื่นชอบทันทีเมื่อถึงคู่ชกที่เฝ้าคอย “เด็กน้อยเอ๋ย เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ ริจะมาสู้ผู้ใหญ่ยังเร็วไปร้อยปีนะ”
ว่าที่นายหญิงแอบขำนิดๆเพราะรู้สึกว่ามันตลกเกินห้ามใจ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าคุณชายมาดขรึมจะมีอารมณ์ขันกับเขาด้วยเหมือนกัน
“อะไรกันครับ ผมไม่ใช่เด็กนะครับ ห่างจากคุณเพียงแค่ไม่กี่ปีแท้ๆ แล้วก็ไม่ได้ริอาจจะสู้เรื่องอะไรนี่นา”
ว่าพลางตักกับชิ้นใหม่ให้กับร่างสูงอย่างเอาใจแล้วตักอาหารทานต่อบ้าง แต่ทานไปไม่ได้เท่าไหร่ก็ต้องหยุดมือเมื่อคนขี้แกล้งยังไม่ยอมเลิกรา แทนที่จะทานอาหารต่อเหมือนอย่างคนอื่นๆเขากลับมัวแต่จ้องเอาๆอยู่เงียบๆจนคนถูกจ้องต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนจนทานไม่ลง พอเงยหน้าขึ้นสบตาก็ได้รอยยิ้มหวานที่อาบด้วยพิษร้ายของคนเจ้าเล่ห์เป็นคำทักทาย
“อาหารอร่อยนะ ทานต่อสิ”
เป็นเพราะลองได้แกล้งแล้วสนุกก็เลยอยากจะแกล้งมากขึ้นไปอีก และสาเหตุที่ทำให้พี่ชายต้องมารังแกน้องของเพื่อนแบบนี้ก็คงหนีไม่พ้นตัวเขาเองนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุ ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันทันทีที่น้องคนใดคนหนึ่งถึงคราวต้องเรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือเรียนจบเตรียมพร้อมที่จะทำงาน จนแล้วจนรอดคุณชายสามเป็นต้องหาเหตุผลต่างๆนานามาอ้างให้น้องๆย้ายไปอยู่ที่อื่นๆเพื่อลดเสียงบ่นให้หายหนวกหูทุกครั้งไป ดังนั้นถึงแม้ว่าลูกหลานของบ้านจะมีมากเป็นสิบคนแต่ก็ไม่มีใครสักคนมีโอกาสได้อยู่บ้านกันเลยสักคนหากไม่นับรวมลูกหลายฝ่ายชาย แล้วพอน้องๆออกจากบ้านจนไปหมดก็ไม่มีใครให้พี่ชายคนนี้ได้แกล้งให้คลายเหงาอีกต่อไป มันคงจะเป็นกรรมสนองที่สาสมกระมัง ส่วนน้องอีกสองคนที่เหลืออยู่ก็น่าปวดหัวเรื่องตามง้อเหลือเกินถ้าจะแกล้ง เพราะฉะนั้นแล้วแกล้งคนที่ง้อง่ายๆจะไม่ดีกว่าเหรอ โอกาสงามๆอย่างนี้จะหาได้ที่ไหนอีก
เปลือกตาบางสวยกระพริบตานิดๆพอจะรับรู้เจตนาของร่างสูง ท่าทางกำลังสนุกอยู่อย่างนั้นมีหรือที่สายสืบคนสวยจะไม่รู้เท่าทัน ร่างสูงกำลังสนุกที่ได้แกล้งเขาซึ่งก็คงไม่ต่างจะการหยอกเหย้าระหว่างพี่น้องที่พบเห็นได้บ่อยๆในชีวิตประจำวัน และเพื่อให้สมบทบาทของน้องชายผู้หัวอ่อนน่ารักร่างบางจึงค่อยๆมองสบตาด้วยสายตากังวลๆนิดๆ แฝงแววอ้อนๆหน่อยๆ
“....หรือว่าจริงๆอาหารที่ผมทำจะไม่ถูกปากกันครับ อากินะซังถึงได้ทานน้อยจัง”
ได้ยินดังนั้นคนรอโอกาสก็ยิ่งคลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม “อร่อยสิ อร่อยมากเลย เพียงแต่ว่าฉันยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ความจริงถ้าได้คนมาช่วยบริการสักหน่อยก็คงจะเจริญอาหารมากกว่านี้ อย่างเช่น ตักอาหารให้ หรือป้อนเอาใจ.....แต่ช่างมันเถอะ คงต้องโทษดวงของตัวเองที่ได้ที่นั่งไกลจากน้องๆ”
พอพูดจบใบหน้าหล่อเหล่าก็แสร้งทำสีหน้าผิดหวังออกมา ขณะที่ในใจเริ่มจะคิดได้ว่าแกล้งพี่ให้หวงน้องเล่นๆมันจะไม่สนุกกว่าหรือยังไง
ชิราโทริกระพริบตาอย่างแปลกใจในคำที่ได้ยินนิดๆก่อนที่จะเผยรอยยิ้มหวาน “อากินะซังจริงๆติดน้องกว่าที่คิดนะครับ แล้วก็อย่าลืมสิครับว่าผมก็อาจจะนับได้ว่าเป็นน้องของคุณคนหนึ่งเหมือนกัน”
ร่างบางยิ้มอย่าเขินอาย แก้มเรื่อสีฝาดอย่างน่ารักน่าเอ็นดู แล้วค่อยๆใช้ตะเกียบช้อนข้าวขึ้นป้อนเรียวปากบางของคุณชายอากินะซึ่งรับป้อนอย่างเต็มใจ ท่าทางกุ๊กกิ๊กน่ารักทำเอาคุณหัวหน้าแม่บ้านต้องกลั้นเสียงกรี๊ดเอาไว้อย่างสุดความสามารถด้วยคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นการดูแลเอาใจใส่ที่ดูไม่ต่างไปจากคู่รักเร็วดั่งใจขนาดนี้ งานนี้ต้องรีบซื้อของมาเซ่นบรรพบุรุษเต็มอัตรา ไม่ผิดหวังเลยจริงๆให้ตายสิ!!
คุณชายสามยิ้มกว้าง พลางส่งสายตาเยาะเย้ยไปหาคุณพี่ชายอากิฮะที่นั่งมองมาแต่ไกล แต่ไม่เท่าไหร่ก็ถูกเจ้ามังกรน้อยตัวดีฉกอาหารในจานไปต่อหน้าจึงต้องกลับไปให้ความสนใจกับคู่ปรับของตัวเองต่อ อากินะรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้งสนุกกับการได้แกล้งเพื่อน หรือแม้แต่แกล้งคนที่ตนรักใกล้ตัวแบบนี้ “ว่าง่ายจังเลยนะ ชิราโทริ ทำแบบนี้ระวังเอาไว้เถอะ พอกลับบ้านไปพี่อากิฮะของเธอจะห้ามไม่ให้กลับมาเที่ยวที่นี่อีก”
“เห?” เสียงหวานอุทานเบาๆอย่างสงสัย กระพริบตานิดๆ พองลมจนแก้มป่องคล้ายกำลังครุ่นคิด แล้วหันไปหาทางพี่ชายตนที่ก็กำลังแย่งอาหารในจานของมังกรน้อยเพื่อนรักกลับ ริมฝีปากอิ่มระบายรอยยิ้มกว้าง หัวเราะเบาๆในความสนิทสนมเกินคาด “คงไม่หรอกครับ แล้วถึงจะห้าม แต่อะไรที่ผมตัดสินใจแล้วก็ไม่เปลี่ยนง่ายๆหรอก ผมไม่ได้เป็นเด็กดีว่าง่ายอย่างที่อากินะซังว่าเลยซักกะนี้ด”
น้ำเสียงใสเอ่ยอย่างสดใส ว่าพลางตักเนื้อปลาที่เป็นของโปรดให้กับคุณชายมากท่าป้อนให้อีกคำ คุณชายที่กำลังทำตัวให้สมกับเป็นคุณชายคลี่รอยยิ้มบางเพียงมุมปากนิดๆอย่างพอใจราวกับได้คนรู้ใจมาช่วยปรนนิบัติดูแลก่อนที่จะรับป้อน เมื่อเคี้ยวจนเสร็จจึงได้ถามด้วยน้ำเสียงออกแปลกใจ “จริงเหรอ ไม่เห็นจะน่าเชื่อถือสักเท่าไหร่เลย โกหกผู้ใหญ่ระวังจะถูกตีก้นเอานะ”
“น่าลองนะครับ เกิดมาผมไม่เคยถูกตีก้นเลยสักครั้ง พอใครจะมาแตะก็โดนพี่อากิฮะจัดการเรียบทุกครั้ง”
น้องชายคนใหม่หัวเราะเบาๆยิ้มขำๆกับคำพูดล้อเล่นของตัวเอง นิ้วมือเรียวเกลี่ยไรผมนุ่มออกจากแก้มใสซึ่งกำลังซับสีเลือดฝาด กลีบปากอิ่มสวยขยับคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ยิ่งอยู่ในชุดยูคาตะสีหวานแบบนี้ด้วยแล้วนี่ถ้าหากเขาไม่รู้มาก่อนว่าอีกฝ่ายเป็นชายก็คงจะได้มีการเข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นหญิงอย่างแน่นอน ถึงเจ้าตัวยังคงมีเค้าโครงใบหน้าที่แสดงลักษณะของเพศชายอยู่ แต่กับคนที่สามารถมองออกได้ทั้งสองอย่างมีลักษณะของสองเพศรวมอยู่ในหนึ่งเดียว ช่างยากเย็นที่จะคิดไปว่าชิราโทรินั้นเป็นผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาไปได้ แม้ว่าน้องชายคนใหม่คนนี้จะมีความสูงซึ่งถ้าเทียบตามเกณฑ์ก็จัดว่าสูงมากอยู่ทีเดียว แต่น่าเสียดายถ้าหากลองมาเทียบกับคนร่างยักษ์อย่างพวกเขาแล้วความสูง180ก็ยังเล็กไปถนัดตายิ่งลองบวกไปถึงความแตกต่างของรูปร่าง ร่างสูงเพรียวลมก็ไม่ต่างไปจากสาวงามร่างบอบบางอรชร
แล้วอย่างนี้จะมีพี่ชายคนไหนไม่หวงน้องชายจนออกนอกหน้าได้ ก็เล่นมีน้องหน้าตาดีขนาดนี้ถ้าไม่หวงเลยสิแปลก ขนาดเจ้าลิงสองตัวเป็นผู้ชายแท้ๆทั้งแท่ง บรรดาพี่ชายพี่สาวของเจ้าสองตัวก็ต่างพากันหวงห่วงจนเหมือนกับมีน้องสาวอย่างไรอย่างนั้นแต่จะว่าไปตัวเราเองก็หวงน้องใช่เล่นเหมือนกันนี่นา ไม่อย่างนั้นจะไปแกล้งอากิฮะคืนเล่นๆทำไม
“ไม่แน่ว่าคราวนี้อาจจะได้ลองดูก็ได้ใครจะไปรู้ หึ แต่ดูท่าฉันคงต้องข้ามศพพี่ชายผู้สุดแสนจะหวงและห่วงน้องจนออกนออกหน้าไปก่อน ขนาดนั่งอยู่ตั้งไกลยังจ้องขู่มาซะขนาดนั้น นี่ถ้านั่งอยู่ติดกันมีหวังฉันคงได้ถูกหักคอไปแล้ว”
ชิราโทริหัวเราะก่อนที่จะหันไปมองทางพี่ชายของตนกับเพื่อนรักริวอิจิอีกครั้งที่ดูเหมือนคราวนี้กำลังเล่นต่อปากต่อคำกันอยู่ ไม่อย่างนั้นแล้วอากิฮะคงไม่มีทางหลบสายตาน้องชายได้ทัน
“เรื่องปรกตินะครับที่พี่น้องห่วงหวงกันเองนี่ ผมเองก็ทั้งหวงทั้งห่วงพี่อากิฮะกับชิคาระน่าดูเลยเวลาที่ต้องไปทำงานไกลๆ ไม่ได้อยู่ไม่ได้เห็นหน้ากัน เพราะฉะนั้นพอได้กลับมาเห็นรอยยิ้มของพวกเขาแบบนี้ก็รู้สึกมีความสุขอย่างหาอะไรเปรียบไม่ได้แล้วล่ะครับ” ดวงหน้าสวยคมหันกลับมาสบตาด้วยรอยยิ้ม เสียงหวานแฝงแววจริงจังนิดๆ “สงสัยอีกหน่อย ผมคงค่อยๆมีความรู้สึกหวงอากินะซัง อิชิยามะซัง และคนอื่นๆตามมาด้วยแน่ๆเลยครับแบบนี้”
คิ้วเข้มถูกเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจอีกครั้ง “ถ้าอย่างงั้นก็คงได้หวงจนปวดหัว เพราะบ้านนี้แต่ละคนเสน่ห์ไม่แพ้อากิฮะ แถมยังมีเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองจนน่าปรบมือ ถึงยังไงพวกเราก็เอาตัวรอดกันได้อยู่แล้ว แต่ได้น้องมาหวงเพิ่มแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน เอ้า พี่ชายยกให้”
ร่างสูงคีบกุ้งตัวโตๆพร้อมทั้งปลาหมึกย่างนุ่มๆชิ้นใหญ่ๆให้ในทันทีที่พูดจบ ร่างบางหัวเราะเบาๆแล้วรับมาทานอย่างมีความสุข หัวใจชุ่มชื้นอิ่มเอนไปกับความเมตตาที่ร่างสูงได้มอบให้
“นานแล้วนะครับที่ไม่ได้ทานข้าวอย่างครื้นเครงแบบนี้ ช่วงที่ทำงานถ้าไม่รับที่ทานกับเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานเป็นครั้งคราว ก็ทานคนเดียวตลอด แต่ความรู้สึกช่างต่างกันจังเลยนะครับ การทานข้าวคนเดียวกับเวลาที่มีคนใกล้ชิดทานอยู่ด้วยกัน มันอบอุ่น แล้วก็อร่อยกว่ามากเลย”
“โดยเฉพาะเวลาที่แย่งกันกิน”
อากินะยักคิ้วให้นิดๆพลันแย้มรอยยิ้มร้ายกาจเต็มเปี่ยมไปด้วยเล่ห์กล มือใหญ่ยกตะเกียบไปจกอาหารอร่อยๆที่หมายตาจากชามของคุณหมอที่มัวแต่ดูแต่การต่อสู้จนไม่ทันได้ทันระวังตัว แต่ก็ผิดคาดเมื่อโชเฮยกตะเกียบขึ้นขัดขวางเอาไว้ทันทั้งที่ดวงตาทั้งสองยังคงจับจ้องเวทีอยู่
“ฝันไปเหอะ อากินะ”
เสียงเอ่ยเรียบคล้ายไม่ใส่ใจการกระทำฉกชิงนี้เท่าไหร่นัก อาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวเคยชินกับมันแล้วก็ว่าได้ แต่ใช่ว่าการจู่โจมจะหยุดลงอยู่เพียงเท่านี้คุณชายสามอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเปิดช่องโหว่เนื่องด้วยยังคงไม่ละสายตาจากเวทีใช้ชั้นเชิงแย่งเนื้อย่างที่อยู่บนจานมาจนได้ พลันเนื้อย่างชวนรับประทานลอยมาอยู่บนจานของน้องชายคนงาม
คุณชายสามยกยิ้มให้น้อยๆ “ลองทานดู อร่อยกว่าเมื่อกี๊นี้อีก”
ชิราโทริมองอย่างทึ่งๆ แต่ก็ไม่กล้าทานเพราะความเกรงใจ สบดวงตาคมของคุณชายอากินะแล้วจึงมองไปทางคุณหมอโชเฮอย่างไม่แน่ใจ
ฝ่ายคุณหมอซึ่งมีสิทธิ์เป็นถึงพี่ใหญ่มีหรือที่จะยอมตกเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่อย่างนั้น นัยน์ตาสีดำละสายตาจากมวยคู่เอกหันมาสนใจการการต่อสู้ของจริง พลันยกตะเกียบสู้ศึกอย่างจริงจังแล้วก็เปลี่ยนเป้าหมายจากอาหารในจานของน้องชายมาเป็นเนื้อปลานึ่งบนจานใหญ่ที่วางอยู่บนกลางโต๊ะชิ้นสุดท้ายที่อากินะหวงอย่างกับอะไรดี แต่คนที่กำลังถูกเอาคืนก็เดาแผนการออกได้โดยทันท่วงทีจึงสามารถรักษาเอกราชของเนื้อปลาชิ้นสุดท้ายชิ้นนั้นเอาไว้ได้ กระนั้นคนฉลาดเจ้าเล่ห์ก็ต้องเป็นฝ่ายปราชัยเมื่อเจอเข้ากับแผนซ้อนแผนเมื่อคาดเดาไปว่าพี่ชายคิดที่จะล่อให้เขาลดการป้องกันอาหารในจานตนด้วยการหลอกล่อให้ออกมาปกป้องชนส่วนน้อยที่อยู่ด้านนอกแล้วเตรียมจู่โจมเมืองหลวงในขณะที่เขาอยู่ห่างออกไป ดังนั้นเมื่อปกป้องเนื้อปลาที่อยู่ด้านนอกได้สำเร็จเขาจึงรีบต้องกลับมาเตรียมพร้อมตั้งรับที่จุดเดิมอย่างรวดเร็ว แต่มันกลับไม่เป็นไปตามคาด เพราะพี่ชายผู้มากไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมพอๆกันไม่ได้ลอบมาชิงอาหารในจานของเขา กลับรอให้เขาจากไปตั้งหลักแล้วใช้จังหวะนั้นแย่งชิงเนื้อปลาซึ่งเป็นชนส่วนน้อยไปจนได้ ด้วยแผนปราบเซียนคุณชายสองจึงได้รับชัยชนะในที่สุด และได้มอบรางวัลที่ชิงมาได้นั้นให้กับชิราโทริผู้ที่ต้องกลับมาเป็นคนกลางอีกครั้งเช่นกัน
“อันนี้สิอร่อยแน่ ของโปรดของคุณชายสามที่ต้องเก็บเอาไว้บูชากินทีหลังสุด”
คนกลางมองเนื้อทั้งสองชิ้นแล้วมองหน้าคนให้ทั้งสองซ้ายทีขวาที ก่อนที่จะตัดสินใจแบ่งเนื้อทั้งสองชิ้นเป็นชิ้นละสามส่วน แล้วทานเนื้อกับปลาส่วนของตัวเองเข้าไป ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มทั้งทียังคงเคี้ยวตุ้ยๆแสดงถึงความอร่อยตามที่คนให้ทั้งสองการันตีอย่างเห็นได้ชัด
“อร่อยจริงๆด้วยครับ”
เมื่อทานในส่วนของตนเรียบร้อยแล้วชิราโทริก็จัดการแบ่งเนื้อส่วนที่แยกไว้ให้พี่ชายทั้งสอง พลางส่งยิ้มร่า “ของอร่อยต้องแบ่งกันครับ แบบนี้ต้องอร่อยขึ้นแน่ๆ เชื่อผมสิ”
คนตัวใหญ่ที่นิสัยไม่โตตามอายุมองหน้ากันสักพักแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมๆกัน
“น่าอายนะ โชเฮ แก่กันจนปูนนี้แล้วยังจะมาแตกคอกันให้เด็กเห็น”
“เพิ่งจะรู้ตัวรึไงคุณชาย เอ้า ของโปรดไม่ใช่เหรอ ฉันยกให้ แต่ว่าของอย่างงี้ต้องมีแลกเปลี่ยนกันหน่อยนะ” ฝ่ายคนอายุมากกว่ายิ้มขำๆ เอ่ยน้ำเสียงเชิงล้อเล่นตาม คีบเนื้อปลาที่ได้รับแบ่งมาในจานของตนยกให้แล้วเอาเนื้อในจานอากินะเป็นของแลกเปลี่ยนไป
ชิราโทริหัวเราะเบาๆ “อ้าว จริงๆเนื้อก็อร่อยนะครับอากินะซัง จะไม่ทานจริงๆเหรอครับ เดี๋ยวผมป้อน”
น้องชายช่างเอาใจสบตาคมกริบด้วยแววตาออกอ้อนๆนิดๆ ท่าทางน่ารักที่ทำเอาหัวใจแข็งแกร่งดุจหินผาของคนตัวโตอ่อนยวบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ช่างน่าเอ็นดูนัก ชักอยากจะได้มาเป็นน้องแท้ๆของเราเสียแล้วสิ
ริมฝีปากบางยกยิ้มนิดๆเพียงมุมปาก แววอ่อนโยนเจืออยู่ในน้ำเสียง“ขี้อ้อนเหมือนกันนะเรา”
“ครับ? ผมก็เป็นแบบนี้ปรกติ ไม่ได้ขี้อ้อนเท่าพวกริวจังหรอกครับ” ดวงตาสีฟ้าสวยสบสายตาอย่างซื่อๆ หัวเราะเบาๆแก้เขิน
อากินะจับมือของร่างบางที่คีบเนื้อเตรียมป้อนเอาไว้แล้วก้มลงกินพลางมองน้องน้อยอย่างเอ็นดู
“อร่อยก็จริง แต่ยังไงก็แพ้ปลากะพงนึ่งซีอิ๊วอยู่ดี”
เสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบ กระตุ้นให้คุณหมอโชเฮที่กำลังสนใจการดวลร้องเพลงในศึกครั้งใหญ่ระหว่างฝ่ายแม่บ้านปะทะฝ่ายพ่อบ้านต้องหันกับมาเอ่ยแซวสักที “หมอนี่ขอให้เป็นปลาเท่านั้นแหละ ไม่ว่าจะจับไปทำยำทำแกงยังไงก็อร่อยเป็นที่หนึ่ง เจ้ามนุษย์กินปลา”
ชิราโทริหัวเราะกับท่าทางเย้าแหย่ของสองพี่น้อง “ครับ ผมจะจำไว้อย่างดี แล้วถ้ามีโอกาสจะเอาเมนูปลานานาชาติมาทำให้ชิมนะครับ”
คุณชายสามจ้องคุณชายสองเสียตาขวาง แต่เพียงแค่กระพริบตาแววตาหมั่นไส้ในทีแรกก็หายไป ใบหน้าคมคายส่ายเบาๆกับพี่ชายตัวแสบช่างเผา พลันจุดยิ้มอย่างมีความสุขกับครอบครัวที่แสนสุขสันต์ของตน
“เอาไว้มาเที่ยวคราวหน้าจะให้ยกครัวให้หนึ่งวัน แล้วทำเมนูที่ว่าให้หมดเลยก็ได้ ลองทานอะไรใหม่ๆดูบ้างคนอื่นๆจะได้ไม่เบื่อกับเมนูจำเจ พวกรินนะซังเองก็จะได้ไม่ต้องนั่งเครียดกับเมนูอาหารไปหนึ่งมื้อ”
“ไม่ใช่ว่าอยากจะกินเองหรอกรึ” คุณชายสองหันมาแขวะก่อนที่จะลุกไปร่วมร้องเพลงเมื่อถูกโยนไมล์ให้คู่กับคุณชายห้ายูสึเกะที่กำลังกระดี๊กระด๊าอยากจะออกไปยืดเส้นยืดสายอยู่เต็มแก่โดยไม่ทันให้คนถูกเผาได้โต้แย้งแต่อย่างใด
กลีบปากสีอ่อนสวยได้รูปขยับยิ้มขำๆ ขำทั้งคนที่ถูกเผารวมไปถึงท่าทางตลกๆของคุณชายห้าที่ลบภาพพจน์ของความน่าเกรงขามไปจนเกือบหมด “ว่าแต่อากินะซังไม่ออกไร้องเพลงบ้างหรือครับ”
คนถูกถามแสร้งตีหน้าเครียด ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันกลัวไมค์น่ะ แต่ถ้าเกิดมีคนร้องเป็นเพื่อนก็ไม่มีปัญหา”
“ไมค์เนี่ยนะครับน่ากลัว? งั้นปรกติร้องกับใครรึครับ? ผมอยากเห็นอากินะวังร้องเพลงคู่กับพี่อากิฮะจัง”
ร่างบางว่าพลางทำสีหน้ายิ้มฝัน พอคุณชายสามได้เห็นใบหน้าเคลิ้มฝันซะขนาดนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เล่าไปตามความเป็นจริง
“ถ้าเป็นร้องคู่กับอากิฮะนี่ก็บ่อยนะ แต่ส่วนมากจะเป็นร้องคู่กับพวกคุณแม่แล้วก็น้องสาวมากกว่า เพราะทั้งบ้านมีแต่ฉันคนเดียวที่ยอมเป็นคู่ร้องเพลงคู่รักด้วย รองลงมาก็เป็นเซยะ ส่วนยูสึเกะกับโชเฮแล้วก็อีกสองตัวนั่นอย่าพูดถึงร้องได้ทุกแนวจนแทบจะครองไมค์เอาไว้ แนวเพลงที่ชอบส่วนมากก็ขอให้มันส์ไว้ก่อนเป็นใช้ได้ แต่ถ้าพูดถึงเพลงแนวถนัดจริงๆก็คงต้องเป็นเพลงรัก ถ้าเพลงรักหวานๆก็ต้องยกให้เซยะ เพลงรักที่ไม่สมหวังต้องให้ยูสึเกะ เพลงรักที่ทำให้โลกสดใสต้องให้โชเฮ ลิงลมก็อย่างที่บอกถนัดแทบทุกเพลง ส่วนฉัน...ก็ต้องเป็นเพลงรักที่พลัดพรากล่ะมั้ง นอกนั้นไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่”
สายสืบหนุ่มพยักหน้านิดๆอย่างเข้าใจ เพลงที่ถนัดร้องนั้นสามารถบ่งบอกได้ถึงตัวตนของคนๆนั้นได้อย่างไม่ยากนัก ใบหน้าหวานค่อยๆยิ้มนิดๆ “ถ้าอย่างนั้นหากผมจะชวนอากินะซังร้องเพลงคู่ ก็ต้องเป็นเพลงแบบพลัดพรากเท่านั้นเหรอครับ หรือเพลงแบบไม่ได้สื่อไปทางใดทางหนึ่งก็ได้?”
อากินะทอดแววตาเศร้าเล็กน้อย “ถ้าเป็นเพลงคู่ไม่จำเป็นต้องเป็นแนวนั้นหรอก เพลงรักที่เจ็บปวดแบบนั้นฉันชอบเอาไว้ร้องคนเดียว...” เสียงทุ้มหยุดลงชั่วครู่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งจะโกหกไปว่ากลัวไมค์มาหมาดๆ จึงต้องรีบแก้ต่างให้ตัวเองทันควัน “ที่ร้องคนเดียวได้เพราะว่าพอร้องได้สักเพลงแล้วอาการกลัวไมค์มันก็หายไปเองโดยอัตโนมัติเพราะมันคงจะเป็นอาการตื่นเวทีน่ะ”
“งั้น..... อากินะซังเลือกมั้ยครับ? ร้องกันสักเพลงนะ ผมเห็นทุกคนสนุกกันแล้วอดไม่ได้ที่จะอยากร้องบ้าง แต่ผมก็.... แหะ ไม่ค่อยได้ร้องเพลงโชว์เดี่ยวให้ใครฟังบ่อยๆเหมือนกัน ร้องเป็นเพื่อนผมหน่อยนะครับ”
ชิราโทริยกมือขึ้นกุมฝ่ามือใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะเชิงอ้อนวอนสบสายตายิ้มๆอ้อนๆ คนสูงวัยกว่าพยักหน้าตอบรับคำชวนเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ถ้าอยากร้องก็จะไม่ขัดหรอก แต่ว่าเราน่ะถนัดร้องเพลงแนวไหนบ้างล่ะจะได้ช่วยเลือกกันได้ถูก ฉันไม่เลือกคนเดียวหรอกนะ ถ้าจะร้องด้วยกันก็ต้องช่วยกันเลือกถึงจะถูก จริงมั้ย”
“ผมร้องเพลงเศร้าๆไม่ค่อยเก่งหรอกครับ แต่ถ้าแนวอื่นก็ได้เกือบหมด ส่วนมากจะชอบเพลงที่มีความหมายลึกๆ เพลงที่ให้กำลังใจ เพลงที่ฟังแล้วทำให้รู้สึกสบายใจ รู้สึกว่าชีวิตมีความสุข ทำนองนั้นมั้งครับ เพลงรักก็ได้นะครับ”
คุณตำรวจคนเก่งพูดถ่อมตัวแสร้งยิ้มเขินๆนิดๆ จำกัดเพลงที่ร้องได้ให้เข้าข่ายตรงกับอุปนิสัยของตัวตนคนนี้ที่ตนวางไว้ให้ได้มากที่สุด ในเมื่อตัวเขาสามารถควบคุมการแสดงออกของตนเองได้ทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วมีหรือที่จะร้องแนวเพลงได้เพียงแค่นี้ เพราะว่ามันเป็นงานเขาจึงจำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อให้คนรอบข้างเชื่อว่าชิราโทริคนที่หัวอ่อนต่อโลกคนนี้เป็นตัวตนของเขาจริงๆ
......ปล่อยให้ทุกคนรักตัวตนที่สร้างขึ้นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว แม้ว่าบ้างครั้งจะต้องเจ็บปวดแต่เราก็ต้องทน ในเมื่อมันเป็นหน้าที่เราจึงต้องเก็บตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ข้างใน แต่ทำไมกันนะทั้งที่เราเองก็ชินกับความรู้สึกที่เหมือนไม่มีตัวตนอย่างนี้มานานแล้ว แต่ทำไมส่วนหนึ่งในจิตใจลึกๆของเราถึงอยากได้อยากลิ้มรสความรักความอ่อนโยน...ทำไมใจจริงของผมถึงอยากได้ความเมตตาจากคุณ อากินะซัง.....
ดวงตาสีฟ้าจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาของร่างสูงที่กำลังขมวดหัวคิ้วน้อยๆอย่างครุ่นคิด ไม่นานนักเมื่อนัยน์ตาคมตวัดมองสองนักร้องบนเวทีแล้วเสร็จ น้ำเสียงทุ้มต่ำจึงเอ่ยถามขึ้น
“แล้วเพลงร๊อคร่วมลุยอย่างสองคนนั้นล่ะร้องได้รึเปล่า?”
คนถูกถามตอบตามตรง นิ้วมือเรียวเกาแก้มน้อยๆหัวเราะแหะๆ “เสียงอย่างผมคงไม่ขึ้นมั้งครับ น่าอายแย่เลย”
“นั่นสิเสียงหวานๆแบบนี้ อืม...งั้นเรามาร้องเพลงคู่รักก็แล้วกัน เพลงนี้ดีว่า 'นกเขาคู่กัน' เพลงโปรดของคุณแม่ หวังว่าคงไม่เก่าไปหรอกนะ รู้จักรึเปล่าไม่งั้นจะได้เปลี่ยนเพลง”
ชิราโทริพยักหน้านิดๆ “อ๋อ ....เพลงนี้ผมรู้จักครับ สมัยก่อนเคยมีทำงานอาสาสมัครที่บ้านพักคนชรา เลยได้ยินคุณลุงคุณป้าในนั้นร้องบ่อยๆ ยังจำได้เลยว่าเวลาพวกเขาร้องแล้วสนุกสนานยังไง แต่ผมยังไม่เคยมีโอกาสได้ร้องเองหรอกนะครับ เพราะแต่ไหนแต่ไรไม่เคยได้ร้อง ก็ไม่มีคนรักนี่นา”
อากินะยิ้มบางๆทอดมองร่างบางที่กำลังหัวเราะเขินๆด้วยสายตาอ่อนโยน และรู้สึกอดขำไปกับเนื้อหานั้นไม่ได้ บ้านพักคนชราเชียวหรือ เพิ่งจะรู้ว่าเราแก่ขนาดนั้นแล้วนะเนี่ย
“ฟังแล้วรู้สึกเหมือนแก่ขึ้นไปสักสิบปี ถึงจะเก่าไปสักหน่อยแต่ก็เป็นอันว่าตกลงเพลงนี้นะ”
ถึงตอนแรกจะบอกว่าให้ช่วยกันตัดสินใจ แต่ไปๆมาๆนิสัยเดิมๆก็เริ่มออกลาย ร่างสูงตัดสินใจแทนอย่างรวดเร็วมิหนำซ้ำยังมัดมือชกด้วยท่าทางคาดหวังในคำตอบรับ นี่ถ้าหากไม่ใช่เรื่องงานล่ะก็มันก็คือการกดดันให้ตอบรับทางอ้อมดีๆนี่เอง และเมื่อเห็นร่างบางพยักหน้าแสดงความปลงใจก็ผิวปากเรียกพี่น้องสองคนที่ร้องอยู่ข้างหน้าตามปกติว่า ‘คิวต่อไปนี้ข้าจอง’ แต่มันคงไม่ปกติตรงที่ว่าเหตุไฉนคุณชายสามถึงได้ทำหน้าตาระรื่นผิดปกติเสียขนาดนั้น ก่อนหน้านี้ไปโด็ปยามาก่อนรึไงกันนะ หรือว่าเป็นผลพวงจากยาบำรุงสูตรใหม่ของฮายาชิซัง? ไม่น่าจะเกี่ยว แต่จะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ หน้าตาดูมีความสุขแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ
และด้วยประการฉะนี้นี่เองคุณชายสองถึงได้ยอมเป็นหน่วยรบแนวหน้ากล้าซึ่งเป็นตัวแทนของทุกๆคนถามขึ้นทันทีที่กลับมาถึงที่นั่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะไม่ให้สงสัยได้ยังไงล่ะ ปกติเคยหลุดมาดทำตัวเหมือนเด็กๆอย่างนี้ที่ไหน กระตือรือร้นผิดปกติ แถมยังมัวแต่แกล้งๆหยอกๆน้องชายคนใหม่ที่นั่งอยู่ใกล้ไม่เลิก ขนาดชาวบ้างชาวช่องเขามองกันมาตั้งนานแล้วนะ อากินะนี่นายจะเลิกตักอาหารใส่จานของคนอื่นได้รึยัง อยากจะขุนให้อ้วนเรอะ ที่นายไม่ยอมกินข้าวเย็นก็บอกมาเหอะว่าเป็นเพราะจะเลี่ยงไม่ต้องกินยาหลังอาหารชุดใหญ่ที่ฉันจัดให้น่ะ
“คราวนี้จะร้องคู่กับใครล่ะอากินะ หรือจะให้ลงคะแนนเสียงกันดี”
“อยากฟังคุณชายสามร้องเพลงคู่กับชิราโทริจังคนสวยค่า” คนหูดีไม่เป็นสองรองใครตะโกนเสียงดังเสนอความคิดเห็น แหม โอกาสมาถึงแบบนี้ทั้งทีถ้าไม่กระตุ้นให้มันตื่นเต้นน่าสนใจรินนะก็เบื่อแย่สิค้า หุ หุ รินนะไม่ได้แอบฟังนะคุณชาย เผอิญหูมันดีได้ยินเอง ไหนๆก็จะร้องคู่กันอยู่แล้วก็ให้คนอื่นช่วยเชียร์ปลุกใจก่อนเป็นไง จังหวะของหัวใจมันจะได้เต้นแรงยิ่งขึ้น จะเอาให้ได้ยินจนชัดเลยล่ะ!
พอได้ยินเสียงเรียกร้องอย่างออกหน้าออกตาของคุณหัวหน้าแม่บ้านยูสึเกะก็หลุดหัวเราะก๊ากออกมา ก็จะไม่ให้หัวเราะได้ไงล่ะ ลองดูหน้าพี่ชายที่ออกอาการหวงน้องซะก่อน อะไรจะติดน้องขนาดนั้นคุณพี่ชายอากิฮะ ดูทำหน้าเข้าสิทำหยั่งกับเห็นผียังไงยังงั้น คราวนี้ขอแก้แค้นคืนที่มาหวงชิคาระจังกับฉันบ้างล่ะ
ริมฝีปากบางยิ้มกริ่ม ฝ่ามือถูกยกขึ้นเพิ่มน้ำหนักความจริงจังทั้งยังกระตุ้นให้คนอื่นๆที่เหลือยกตามเป็นทิวแถว
“ฉันเห็นด้วย แล้วคนอื่นๆล่ะเห็นด้วยมั้ย
อากิฮะมองชิราโทริอย่างแปลกใจนิดๆ ก่อนที่จะเอ่ยถามเสียงเรียบ “เพลงอะไรล่ะนั่น”
“เราสองคนเพิ่งจะตกลงกันเมื่อกี๊ว่าพบกันครึ่งทาง เลยเป็นเพลงนกเขาคู่กัน เพลงโปรดของคุณแม่กับนายไงล่ะ อากิฮะ”
คุณชายสามชิงตอบแทน ทั้งยังได้เสียงสนับสนุนจากรอบข้าง ทุกๆคนหัวเราะเสียงดังพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย พร้อมทั้งส่งเสียงเชียร์ข่มพี่ชายหวงน้อง ฝ่ายคุณพี่ชายที่เริ่มตกใจนิดๆพยายามจะพูดขัด แต่พอจะเอ่ยอะไรก็โดนเสียงเชียร์กลบจนหมด สุดท้ายก็เลยต้องปลงยอมปล่อยน้องชายสุดหวงให้อยู่ภายใต้การเอ็นดูจากเพื่อนรักสักวัน
“เอางั้นก็ได้ แต่เพลงต่อไปนายมาร้องคู่กันหน่อยละกัน”
อากินะหัวเราะออกมาโดยไม่ปิดบัง พูดแซวตรงๆ “หวงน้องก็ว่ามาเถอะ เอางั้นก็ได้ขืนทำให้ฝาแฝดหงุดหงิดมากไปกว่านี้มีหวังคืนนี้ฉันคงไม่ได้หลับได้นอนเพราะต้องดวลเพลงกับนายทั้งคืน”
ทันทีที่พูดจบคุณชายสามก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วจึงยื่นมือให้กับน้องเพื่อนที่จะมาเป็นคู่ร้องเพลงของเขาได้จับไว้พยุงตัว เนื่องด้วยเกรงว่าร่างบางจะยังไม่เคยชินกับการนั่งทับส้นบนพื้น ยิ่งเคยไปเรียนต่อแถมยังทำงานอยู่ที่ต่างประเทศมานานด้วยแล้ว ตะคริวอาจจะกินขาจนลุกไม่ขึ้นก็เป็นได้ ชิราโทริจับมือที่ยื่นมาให้ก่อนค่อยๆลุกขึ้นแล้วยิ้มให้อย่างน่ารัก ที่ร่างสูงใส่ใจและห่วงใยในเรื่องเล็กน้อยแบบนี้เป็นเพราะเคยชินกับงานบริการหรือเป็นเพราะว่าเขาเป็นคนอ่อนโยนอยู่แล้วกันนะ มันทำให้อดคิดไปไม่ได้ว่าบางทีตัวเขาอาจจะเป็นคนพิเศษ จะใช่รึเปล่า?
“ขอบคุณครับ ตื่นเต้นจัง” ชิราโทริว่าพลางหัวเราะเบาแล้วยิ้มเขินๆ โค้งนิดๆให้กับคนที่ร้องเชียร์ก่อนจะเดินตามคุณชายสามไปยังเวทีที่ร้องเพลงด้านหน้า แต่ไปได้เพียงแค่ครึ่งทางเท่านั้นข้อมือบางก็ถูกฝ่ามือแกร่งคว้าเอาไว้แล้วจูงให้เดินไปด้วยกันเรียกเสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์ได้อย่างสนั่นหวั่นไหว ทันทีที่เสียงดนตรีเริ่มขึ้นมือโปรอย่างคุณชายสามก็สวมจิตวิญญาณของนักร้องไปอย่างเต็มที่จนผู้ชมที่ฟังและดูอยู่ถึงกับยิ้มอย่างครื้นเครงกับนักร้องทั้งสองที่เหมือนคู่รักกันจริงๆคู่นี้ และคนที่ดูเหมือนจะออกอาการเขินอายแทนร่างบางมากที่สุดก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหัวหน้าบ้านรินนะ และยังงัดพลังเสียงทรงพลังร้อยยี่สิบแปดหลอดมาใช้ส่งเสียงกรี๊ดอย่างเต็มเหนี่ยว
ต๊ายคุณชายขา อะไรดวงตาจะหวานเยิ้มปานนั้น แหมมีแกล้งหยอกเชยคางด้วย ไหนจะแกล้งหอมอีก นี่ต้องการจะแกล้งพี่ชายเขาหรืออยากจะเอาใจรินนะกันแน่คะ ตายแล้วๆ คุณพระช่วย ใครก็ได้ช่วยทีดีใจจนจะเป็นลมอยู่แล้ว นี่คุณชายเมายาแก้หวัดกับแก้ฟกช้ำใช่มั้ยคะ วันหลังจะได้ผสมให้กินเยอะๆ จีบกันแบบนี้รินนะก็ชอบสิคะ!
ใบหน้าสวยแดงเรื่อ เสียงหวานร้องรับไปตามเพลง มีหยอกกลับบ้างด้วยความเขินอายเล็กน้อยอย่างธรรมชาติช่างเข้ากับเพลงอย่างเหมาะเจาะ ไปๆมาๆก็รู้สึกอินไปกับตัวตนในเพลงโดยไม่ต้องอาศัยการควบคุมการแสดงออกของตน ในใจรู้สึกมีความสุขและสนุกสนานไปด้วยอย่างเต็มที่ พอบทเพลงจบลงอากินะและชิราโทริก็โค้งให้กับท่านผู้ชมผู้ฟังที่ส่งเสียงเฮกันยกใหญ่ แต่ยังไม่ทันจะได้ส่งไมค์ต่อก็มีท่วงทำนองเพลงหวานดังขึ้นมาเป็นจังหวะช้าๆ คุณชายสามแอบยิ้มอยู่ในใจเมื่อเขานั้นรู้ดีว่าบทเพลงต่อไปนี้นั้นเป็นของใครและไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเลือก อยากจะโชว์น้องล่ะสิ คนเป็นพี่ก็อย่างนี้แหละน้า
“สู้เขานะ เด็กน้อย” อากินะกล่าวอวยพรเป็นกำลังใจให้กับน้องชายคนใหม่ จากนั้นจึงกลับไปที่นั่งของตัวเองอย่างรวดเร็ว ร่างสูงเตรียมสดับฟังอย่างตั้งใจไม่ต่างจากคนอื่นๆที่กำลังเริ่มคล้อยไปตามบททำนอง
ชิราโทริยิ้มให้กับทุกคนแล้วมองไปทางพี่ชายของตนที่กำลังยิ้มตอบมา เสียงหวานค่อยๆร้อยเรียงบทเพลงแว่วหวาน เนื้อเพลงที่มอบให้กับคนรักที่เปรียบเหมือนสมบัติอันแสนล้ำค่าเปลี่ยนบรรยากาศของห้องจากเมื่อครู่ไปโดยปริยาย ด้วยว่าเจ้าตัวคนร้องนั้นยังไม่ได้มีคนรัก เพลงนี้จึงถูกขับขานด้วยความรู้สึกที่สื่อถึงคนในครอบครัวและคนรอยกายที่แสนสำคัญ ซึ่งก็เหมือนเป็นเพลงที่มอบให้กับทุกๆคนในห้องนั้นในทีเดียว
อากิฮะฟังบนเพลงหวานด้วยความอิ่มเอนพลางมองดูน้องชายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและภูมิใจ เขาเข้าใจเป็นอย่างดีว่าบทเพลงนี้นั้นได้มอบให้กับใครบ้าง นี่ถ้าได้หยิบเอาเครื่องดนตรีมาจากบ้านแล้วได้เล่นดนตรีพร้อมกันสามคนพี่น้องสักครั้งก็คงจะดีไม่น้อย
เนื้อหาของบทเพลงแสนหวานหวนให้ใครบ้างคนนึกถึงนางผู้เป็นที่รัก คนที่เขาเฝ้าคิดถึงทุกลมหายใจ ไม่จำเป็นต้องหลับตาก็เสมือนกับได้เห็นใบหน้างามของคนรักของตนมาปรากฏอยู่ตรงหน้า ยิ่งคิดยิ่งได้ยินก็ยิ่งปวดใจ รวดร้าวเจ็บปลาบไปกับเนื้อเพลงที่ถูกขับขาน
....สมบัติล้ำค่าน่ะเหรอ ก็ในเมื่อเราสูญเสียมันไปแล้ว โอกาสที่เราเป็นคนขว้างทิ้งด้วยมือของเราเอง....
ดวงตาสีดำสนิทหม่นแสงลงไปถนัดตา ทอทอดแววโศกเศร้าราวกับดวงใจจะแตกสลายท่ามกลางสายตาเชื่อมฝันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขของทุกๆคน ริมฝีปากค่อยๆยกยิ้มเศร้าสร้อยทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว การแสดงออกถึงอารมณ์ที่มาจากส่วนลึกของหัวใจโดยตรง ยากที่จะกลบเกลื่อนหรือกดเก็บเอาไว้ ความขมขื่นอาลัยสะดุดสายตาที่มองไปรอบๆของร่างบางผู้ร้องขับขานเข้าอย่างจัง ในขณะที่คนอื่นๆอยู่ในโลกแห่งความฝันที่แสนสวยงามแต่คุณชายสามกลับแตกต่างออกไปเหมือนกับอยู่ในโลกที่แปลกแยก ร่างบางจึงเดินเข้าไปด้วยความเป็นห่วง พลางขับขานบทเพลงในตอนสุดท้ายไปด้วย ค่อยๆย่อตัวลงข้างๆกายร่างสูงพลางสบตา พร้อมๆกับค่อยๆจบเพลง
“.....ถ้าเพื่อรอยยิ้มของคุณแล้ว ไม่ว่าอะไรผมก็ทำได้....สมบัติล้ำค่าอันแสนสำคัญของผม.... สมบัติล้ำค่า ...อันแสนสำคัญของผม.....”
อากินะถูกดวงตาสีฟ้าสวยของอีกฝ่ายดึงดูดเอาไว้ รอยยิ้มที่อ่อนโยนของนางฟ้าช่วยจรรโลงจิตใจที่หมองเศร้า น้ำเสียงหวานกำลังปลอบโยนตัวเรา หรือว่าเด็กคนนี้จะรู้ แย่แล้วอากินะ นายไม่น่าจะพลาดได้ เรื่องของริกกะ...ไม่ควรให้ใครก็ตามมารับรู้ เรากลัวที่จะเห็นคนอื่นมาร้องไห้แทนตัวเราที่ทำไม่ได้ เพราะว่าเราไม่อยากจะต้องรู้สึกเจ็บไปมากกว่านี้....ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้มันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น!
ใบหน้าคมคายปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว หันไปชวนสหายรัก
“อากิฮะ คราวนี้ถึงตาฉันกับนายแล้ว”
บรรยากาศอึกอัดค่อยๆคลายลงทันทีที่คุณชายสามเปลี่ยนเรื่อง สมาชิกของบ้านทุกคนเบนความสนใจไปโดยไม่คิดที่จะติดใจสงสัย ก็ในเมื่อพวกเขานั้นต่างก็รู้ดีกันอยู่แล้วว่าจะมีเรื่องใดไปได้อีกที่จะสั่นคลอนจิตใจอันแข็งแกร่งให้แหลกลงเป็นผุยผงได้ถ้าไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงคนนั้น...คนรักที่ต้องจากไปโดยไม่มีวันหวนคืนพร้อมช่วงชิงกับหัวใจของคุณชายที่พวกเขาอุ้มชูมาตั้งแต่เล็กๆ และตอนนี้ก็เหลือแต่เพียงร่างที่ไร้หัวใจเท่านั้น
ชิราโทริส่งไมค์ต่อให้ด้วยรอยยิ้มบางโดยไม่พูดอะไร ในใจพอจะคาดเดาได้ว่าสิ่งที่คุณชายอากินะกำลังคิดอยู่นั้นคืออะไร และเพราะเหตุใดจึงทำเหมือนไม่ได้สนใจ มีบางสิ่งที่เขาไม่ควรจะแตะต้อง อดีตที่ยากจะลืมซึ่งสามารถถูกสะกิดขึ้นมาได้ทุกเมื่อนั้นช่างฝังลึก ร่างบางนั่งลงที่เดิมพลางมองคนทั้งสองที่ค่อยๆร้องเพลงต่อไปราวกับไม่ได้เกิดอะไรขึ้น นัยน์ตาคู่สวยยังคงมองไม่วาง เสียงหวานดังชัดอยู่ภายในใจ
.....รอยยิ้มบนใบหน้านั้นคือหน้ากากที่คุณสวมใส่จนชินสินะครับ.... ผม จะช่วยอะไรคุณได้บ้างมั้ยนะ เพื่อที่คุณจะได้มีวันที่ปราศจากทุกข์และยิ้มได้จากใจจริง.....
รินนะที่เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดรู้สึกใจหายวาบอย่างบอกไม่ถูก นับว่าเป็นบุญเท่าไหร่แล้วที่ไม่เกิดคลั่งออกมา ดีไม่ดีได้มีขังตัวเองเอาไว้ในห้องเหมือนอย่างตอนนั้นอีก และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือคุณชายสามไม่กล้าจะทำร้ายตัวเองโดยตรงเนื่องด้วยไม่ต้องการให้ชีวิตที่แลกให้มาต้องสูญเปล่า ซึ่งมันจะเป็นการผิดต่อคนที่ได้มอบชีวิตไว้ให้ แต่คุณชายชอบที่จะทำร้ายตัวเองทางอ้อมหลายๆอย่างจนน่ากลัวว่าอีกไม่นานร่างกายที่กำลังเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆจะถึงขีดจำกัดจนไม่อาจใช้การต่อไปได้เข้าสักวัน พยายามทำให้ชีวิตวุ่นวายเพื่อที่จะไม่มีเวลาให้นึกถึงเธอคนนั้น ทั้งยังไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่นอน มีชีวิตที่มีเพียงแต่งาน เป็นอย่างนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ ถ้าหากมีหนทางที่จะช่วยรักษารอยแผลเป็นที่บาดลึกรอยนี้ให้ตื้นเขินขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการที่สกปรกแค่ไหนพวกเราก็จะทำ!
“อ้าว ตาแก่ หายหัวไปไหนมายะ ป่านนี้เพิ่งจะโผล่กลับมา ดูนั่นๆ เด็กคนนั้นดูเป็นไง หน้าตาสวยใช้ได้เลยใช่มั้ย นั่งใกล้ๆคุณชายสามแบบนี้ดูกี่ทีกี่ทีก็เหมาะสมกันเนอะ” รินนะเอ่ยทักสมาชิกของบ้านที่เพิ่งจะกลับมาถึงเบาๆ โดยไม่ลืมที่จะหาสมัครพรรคพวกเข้ามาร่วมกลุ่มคลุมถุงชนให้กับคุณชายของพวกเขา ก็แน่ล่ะถ้าจะให้ได้การยอมรับจากคนทั้งบ้าน จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากคนที่มีอิทธิพลต่อคุณชายสามมากที่สุดรองจากพวกคุณท่านแล้วคนๆนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหัวหน้าพ่อบ้านฮายาชิ
“ทสึคิคาเงะ ชิราโทริ?” ชายสูงวัยมองอย่างตื่นตะลึงพลางภาวนาอยู่ในใจให้ภาพที่เขาเห็นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่เลื่อนลอย เขายินดีที่จะรับรู้ว่าดวงตาของตนนั้นฝ้าฝางมากกว่าที่จะรับรู้กับความเป็นจริงตรงหน้านี้ ปัญหาที่กังวลดูท่าจะแย่ลงไปกว่าเดิม เหมือนกับโชคชะตากลั่นแกล้งดลบรรดาลให้คุณชายเอ็นดูบอดี้การ์ดคนใหม่เป็นอย่างมาก ถลำลึกจนแทบกู่ไม่กลับ ยิ่งรักมากย่อมต้องแค้นมากเป็นสัจธรรมของโลกที่เที่ยงแท้ โชคดีหรือร้ายกันนะที่คุณชายสามก็เป็นคนประเภทนั้นเช่นกัน
“ต๊ายตาย นี่แอบรู้จักมาก่อนก็ไม่บอก ทำไมยะ จ้องแบบนั้นมีเรื่องอะไรสำคัญรึเปล่า”
ฮายาชิพยักหน้าตอบรับ แววกังวลเจืออยู่ในน้ำเสียง “คาดว่าพอผ่านพรุ่งนี้ไปแล้วคงจะไม่ญาติดีกันเหมือนวันนี้แล้วน่ะสิ”
“อย่าบอกนะว่า......” รินนะมองคนทั้งสองที่กำลังหยอกล้ออย่างรักใคร่กลมเกลียวกันอยู่นาน เมื่อเข้าใจถึงสิ่งที่ทำให้อีกคนต้องกังวลใจรอยยิ้มเศร้าก็ฉายชัดออกมา เป็นเพราะว่าเธอรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตต่อไป คุณชายสามคนที่ใจดีคนนี้จะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนชนิดพลิกฝ่ามือ ถ้าถึงตอนนั้นจริงฝ่ายที่เคยได้รับความรักความเมตตาเอ็นดูอย่างสูงสุดจะทนรับกับความเย็นชาหมางเมินได้ไหวงั้นเหรอ การที่ถูกคนที่เราให้ความสำคัญมองข้าม ไม่เหลือแม้กระทั้งเงาในสายตา หัวใจอ่อนๆของคนเราจะทนได้ไหวแน่เหรอ ชิราโทริบริสุทธิ์และก็อ่อนโยนเกินไป ไม่เหมาะที่จะมาทนเป็นเครื่องรองรับอารมณ์ระหว่างคนสองฝ่าย ไม่สมควรที่จะต้องมาเป็นคนกลางระหว่างคุณท่านและก็คุณชาย
นางฟ้าไม่ใช่เครื่องมือในการผูกมัดของใคร แต่ว่านางฟ้านั้นมีพลังที่จะรักษาบาดแผลสามารถฉุดช่วยคุณชายให้ขึ้นมาจากหุบเหวลึกได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงถึงแม้ว่าเราจะต้องเป็นปรปักษ์กับสวรรค์ แม้ว่าความเห็นแก่ตัวของเราจะเป็นการเด็ดปีกนางฟ้าดึงลงสู่ห้วงนรกก็ตามที แต่เราก็จะกักขังล่ามนางฟ้าเอาไว้กับคุณชายไปชั่วกัลป์
หัวหน้าแม่บ้านหันกลับมองหัวหน้าพ่อบ้านแล้วหัวเราะอย่างคนทำใจได้ “ฉันแทงฝ่ายคนงาม หมื่นเยน”
“เอาใจออกห่างแต่เริ่มเลยนะ ฉันเองก็แทงข้างคนงาม หมื่นเยน” ฮายาชิยิ้มน้อยๆ ตามเป็นพรรคพวกเบอร์สองยอมหักหลังคุณชายที่เขารักเหมือนกับลูกชายแท้ๆของตน เขายินดีที่จะทำและก็จะไม่เสียใจเลยที่จะคอยเป็นคนช่วยเหลือนางฟ้าให้ปราบมารร้ายในหัวใจของคุณชายได้ การยัดเหยียดคลุมถุงชนที่ไม่สนใจความรู้สึกของคนที่ถูกจับทั้งสองฝ่าย แม้ว่ามันจะทำให้ลูกชายที่เขารักต้องเจ็บปวดและเป็นการดึงคนดีๆที่ไม่ควรจะเข้ามาเกี่ยวข้องมากไปกว่าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอย่างอื่นเลยไม่ใช่หรือไง เด็กคนนั้น ทสึกิคาเงะ ชิราโทริ เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถเปลี่ยนแปลงคุณชายได้ในระยะเวลาอันสั้นทั้งที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน แสงสว่างแห่งความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่เราเฝ้าตามหามาตลอดสิบปี พวกเราจะไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปง่ายๆหรอก เพราะพวกเราปรารถนาที่จะได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขนั้นอีกครั้ง
“แบบนี้เขาไม่ได้เรียกเอาใจออกห่าง แต่เป็นคอยเอาใจช่วยอยู่ข้างหลังต่างหากเล่า คงดีใจล่ะสิที่ได้เห็นคนตายฟื้นคืนชีพอีกครั้ง นานแล้วนะที่ไม่ได้เห็นหน้าตาสดใสสดชื่นแบบนี้ พอได้มายืนมองอยู่ไกลๆมันทำให้ฉันทำให้รู้เลยว่าสีหน้าแบบนี้ดีกว่าหน้าตาอมทุกข์หรือเคร่งขรึมไร้อารมณ์แบบรูปปั้นอย่างที่พวกนายอยากได้เป็นไหนๆ”
รินนะยกมือขึ้นกอดอกพลางพูดกระทบกระแทกแดกดันตัวต้นเหตุที่คอยสั่งสอนให้คุณชายสามผู้อ่อนโยนใจดีกลายเป็นคนแข็งกร้าวเย็นชา และเพราะว่ามันคือความจริงที่เถียงไม่ได้คนถูกว่าจึงต้องยอมรับผิดแต่โดยดี กระนั้นก็ยังแอบเสียดสีกลับไปบ้าง
“ฉันรู้แล้วล่ะน่า ตอกย้ำจังเลยนะ อยากให้ฉันเลี้ยงเป็นแบบคุณชายลูกรักของเธอรึไง เจ้าคารมสาวหลงติดกันเกลียว แต่เพราะเสน่ห์แรงเกินไปทั้งคู่ถึงได้ไม่ตกร่องปล่อยชิ้นกับใครสักที ระวังเอาไว้นะสักวันจะได้ตายเพราะผู้หญิง”
รินนะรู้สึกเจ็บจี๊ดอยู่ในใจลึกๆกับความจริงที่เถียงไม่ออก ก็นะฝ่ายนั้นต้องเลี้ยงดูและคอยอบรมทายาทของยากูซ่า ส่วนฝ่ายเราก็มีหน้าที่ดูแลทายาททางธุรกิจและตระกูลของเราทั้งอาคาทสึกิ ทั้งนารุคามิ ต่างก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับงานบริการทั้งนั้น ถ้าเราไม่สอนให้ช่างเอาอกเอาใจ ชอบการบริการแบบนี้มันก็ผิดแผนกันพอดี เพราะคงไม่มีใครอยากไปพักที่โรงแรมที่มีเจ้าของเป็นคนที่ขึ้นชื่อชื่อว่าเย็นชาไม่คิดที่จะใส่ใจลูกค้าหรอกนะ แล้วมันจะผิดตรงไหนที่เราจะฝึกคุณชายหนึ่ง คุณชายสี่และคุณชายห้าให้เป็นสุภาพบุรุษ ช่างพูดช่างจา ปากหวาน ชอบที่จะเอาใจ เพียงแค่คุณชายสองคนหลังดันทำได้ดีเกินคาดและมากเกินไปจนกลายเป็นราชาเจ้าสำราญไปในที่สุดเท่านั้นเอง แค่นี้ก็ต้องมาแขวะกันด้วย
"ย่ะ พ่อคนเก่ง เก่งถึงขนาดเปลี่ยนดวงอาทิตย์ให้เป็นก้อนน้ำแข็งได้ แถมยังเสกเทวดาให้เป็นซาตานได้อีก"
คุณหัวหน้าแม่บ้านไม่ได้กล่าวผิดไปจากความจริงเลยแม้แต่น้อย สมาชิกใหม่หลายต่อหลายคนเคยสงสัยถึงวิธีการคัดเลือกทายาทมาดำรงแต่ละตำแหน่งว่าพวกเรายึดหลายเกณฑ์ใด บ้างก็คาดว่าจะต้องเลือกจากลำดับการเกิดก่อนหลัง คนที่เป็นพี่ย่อมต้องเสียสละรับบาทบาทที่หนักหน่วงกว่าผู้เป็นน้องต้องเป็นทายาทสืบทอดแก๊งค์ยากูซ่าคามินาริและคุราโยรุ ส่วนฝ่ายน้องก็ให้สืบทอดดูแลธุรกิจของอีกสองตระกูลต่อไป ก่อนหน้านั้นอาจจะใช่อย่างที่ว่าเพียงแต่ยังมีปัจจัยในเรื่องอื่นๆโดยเฉพาะอุปนิสัยพื้นฐานของทายาทเหล่านั้นเป็นตัวพิจารณาด้วย คนใจแข็งมีแววที่จะดุร้ายและโหดเหี้ยมได้มากกว่าคือคนที่เหมาะสมที่จะต้องอยู่เป็นราชาของโลกที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ซึ่งมันไม่เหมาะกับคนใจดีอย่างคุณชายสองและคุณชายสามเลยสักนิด
งานนี้คงต้องโทษโชคชะตาฟ้าลิขิต นี่ถ้าหากใช้กฎในการเลือกแบบเก่าก็คงไม่มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นหรอก ความผิดทั้งหมดเราจะไปโทษใครดีล่ะก็ในเมื่อตอนที่เลือกตำแหน่งกันนั้นมันเป็นผลพลอยมาจากการเดิมพันด้วยการดวลหมากล้อมเพียงแค่สี่ตาระหว่างเจ้าบ้านทั้งสี่ การต่อสู้ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองรอบ ในรอบแรกเป็นการพบกันระหว่างทีมของยากูซ่าปะทะทีมของฝ่ายธุรกิจ ส่วนในรอบที่สองนั้นจะเป็นการพบกันระหว่างผู้แพ้กับผู้แพ้ และผู้ชนะกับผู้ชนะ เมื่อตกลงกันได้ศึกดวลที่เล่นกันเพียงเพื่อฆ่าเวลารอข้าวมือเที่ยงก็เริ่มต้นขึ้นด้วยการต่อสู้ระหว่างคู่ของคามินาริและอาคาทสึกิ ส่วนอีกคู่ถัดมานั้นก็เป็นการปะทะกันระหว่างคุราโยรุกับนารุคามิ
ในระหว่างที่เล่นๆกันอยู่นั้นเกิดมีการแทงเงินเดิมพันในกลุ่มลูกน้องกันขึ้นด้วยนิสัยรักการพนันขันต่อที่ซึมเข้าไปในกระแสเลือดอย่างเข้มข้น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ตัวคนเล่นที่คิดสนุกเดิมพันด้วยตำแหน่งทายาทในอนาคต เมื่อรางวัลคือสิทธิในการเลือกตัวทายาทซึ่งจะเป็นคนไหนก็ได้ตามใจชอบ จึงไม่แปลกเลยที่ต่างคนต่างก็มีคนที่หมายตาเอาไว้อยู่แล้วจะเปลี่ยนจากศึกหมากล้อมแก้เครียดให้ดุเดือดขึ้นในทันตา การตัดสินใจแบบง่ายๆที่บอกไม่ถูกว่าลูกน้องอย่างเราควรจะให้ความนับถือนายท่านทั้งสี่ต่อไปอีกดีหรือไม่ และผลสุดท้ายชัยชนะก็ตกเป็นของอาคาทสึกิที่จะได้มีสิทธิ์เลือกก่อน ต่อมาก็เป็นของคุราโยรุ นารุคามิ และตามด้วยคามินาริรั้งท้าย
ผู้นำของอาคาทสึกิเลือกคุณชายหนึ่ง โทโยชิสะซึ่งมีอายุได้สิบสามปีให้เป็นทายาทตามที่เคยกำหนดไว้แต่แรกตามเดิม การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดทำเอาฝ่ายแม่บ้านอย่างเราแทบจะกรี๊ดออกมาเพราะไม่ต้องเสียงแรงปลุกปั้นคนใหม่แทนที่คนเก่าที่สั่งสอนได้เนียบแล้ว ฝ่ายพ่อบ้านเองก็คงคิดคล้ายๆกันที่ไม่ต้องเตรียมแผนฝึกโหดให้กับคุณชายหนึ่งที่โตเกินไปจนยากที่จะเปลี่ยนแปลงให้คนจิตใจอ่อนโยนให้โหดร้ายขึ้นได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่กระโดดโลดเต้นกันเสียยกใหญ่หรอก มันคงยากที่จะทำใจที่จะเห็นสายลมที่แสนอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นพายุเชี่ยวกราด
และมันก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหากไม่มีการเลือกตำแหน่งตามใจฉันเหตุเพราะว่าให้ความเอ็นดูกับทายาทคนนั้นเป็นพิเศษโดยไม่เคยคิดจะมองเรื่องพื้นจิตใจของทายาทผู้โชคร้ายกันเลยสักนิด ผู้นำของคุราโยรุได้เลือกคุณชายสอง เคียวชิซี่งมีอายุได้เพียงแค่สามขวบเนื่องด้วยเพราะความเอ็นดูเต็มๆ แต่จะว่าไปก็ไม่แน่ใจเหมือนกันฝ่ายไหนที่เป็นฝ่ายโชคร้ายระหว่างคนฝึกหรือคุณชายสองที่แสนจะซื่อบริสุทธิ์ สอนมาตั้งแต่สามขวบยันสิบขวบก็ไม่เห็นจะเปลี่ยนแปลงจิตใจอันบริสุทธิ์ของเทวดาให้เป็นหัวใจของซาตานได้เลยสักนิด ตอนสามขวบน่ารักเหมือนกับเทวดาตัวน้อยๆยังไงตอนสิบขวบก่อนที่จะหายสาบสูญไปก็น่ารักอย่างงั้น แต่ตอนนี้นี่สิในที่สุดการสั่งสอนอบรมที่เคยเคี้ยวเข็ญมันได้ผล เทวดาได้กลายร่างเป็นซาตานสมใจนึกแล้ว
คุณชายสองในวัยเด็กมีการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงที่ต่างไปจากเทวดาตัวน้อยๆอีกคนโดยสิ้นเชิง ผู้นำของนารุคามิได้เลือกคุณชายสี่ ยูชิ เพียงเพราะว่าต้องการให้คุณชายสาม อากินะ ได้เป็นทายาทของคามินาริแทนที่จะสืบทอดตำแหน่งของตนโดยยอมเพิกเฉยต่อความจริงที่ว่าในบรรดาทายาททั้งหมดคนที่พอจะมีแววเป็นเทวดาได้ไม่ได้มีเพียงแค่โทโยชิสะและเคียวชิเท่านั้น แต่ว่ายังมีอากินะลูกชายคนโตของเขารวมอยู่ ด้วยเชื่อว่าอายุที่เพิ่งจะครบสามขวบนี้ยังคงเป็นไม้กิ่งอ่อนที่ยังสามารถดัดได้ นั่นก็เป็นเพราะความหวังดีของคนเป็นพ่อที่ปรารถนาอยากให้ลูกชายได้ทำหน้าที่ของพี่ชายรับหน้าที่อันแสนหนักหน่วงแทนน้องชายทั้งสอง แทนยูชิที่มีอายุได้เพียงสองขวบและยูสึเกะที่มีอายุได้หนึ่งขวบเท่านั้น
ในตอนนั้นไม่มีใครล่วงรู้เลยว่ามันคือการตัดสินใจที่ผิดพลาด แล้วสุดท้ายตำแหน่งที่ถูกวางไว้ก็ต้องสลับเปลี่ยนให้กับคนที่เหมาะสมอย่างแท้จริงต่อมาในปัจจุบัน คุณชายสามเป็นเด็กหัวอ่อนที่ว่าง่าย ไม่สิจริงๆแล้วก็เป็นเด็กหัวแข็งคนหนี่งเพียงแต่เจ้าตัวยอมอ่อนให้กับพวกเราเป็นอย่างมากก็เท่านั้นเอง การฝึกด้วยหลักสูตรเข้มข้นตลอดเวลาที่ผ่านตั้งแต่เล็กจนโตมีพัฒนาการที่เห็นผลได้ชัด ยิ่งนานวันคุณชายสามยิ่งเข้าใกล้ผู้นำในอุดมคติอย่างที่พวกเราต้องการมากขึ้น และด้วยความพยายามของคุณชายในที่สุดเราก็ได้ผู้นำอย่างที่เราต้องการ เยือกเย็น ทั้งยังสุขุมตลอดเวลา น่าเกรงขามสมศักดิ์ศรีทายาทแห่งคามินาริโดยแท้ แต่พอรู้ตัวอีกทีรอยยิ้มสดใสสมวัยก็จางหายไปจากใบหน้าเสียแล้ว เหลือแต่เพียงรอยยิ้มบางทรงอำนาจแฝงแววเย้ยหยันดูแคลนด้วยความภาคภูมิในตัวตน น้อยครั้งที่คุณชายจะเผยความรู้สึกจริงๆออกมาแต่หลังจากที่ย่างเข้าช่วงวัยรุ่นก็ไม่เคยมีสักครั้งที่คุณชายสามแสดงอารมณ์ที่แท้จริงของตนออกมาอีก
พวกเราเคยคิดว่าเราได้สร้างราชาขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านได้สอนให้รู้ว่าเนื้อแท้ของจิตใจคนไม่สามารถเปลี่ยนกันได้โดยง่ายแม้จะใช้เวลานานนับสิบๆปีใช่ว่ามันจะได้ผลกับทุกคน ลึกๆลงไปในจิตของคุณชายสามผู้อ่อนโยนก็ยังคงเป็นคนเดิมถึงเกราะกำบังแน่นหนาที่สร้างขึ้นอย่างหนาแน่นจะป้องกันไม่ให้มองเห็นถึงเนื้อในว่าก้อนน้ำแข็งที่แสนเย็นเหยือกก้อนนี้จริงๆแล้วอบอุ่นดุจดั่งแสงของดวงตะวันแค่ไหน และคนที่พิสูจน์ความจริงในข้อในให้เราไม่ใช่ใครอื่น เธอคนนั้นเป็นคนที่คุณชายได้มอบให้หัวใจ โชคร้ายที่เธอคนนั้นก็ได้จากคุณชายของเราไป ดวงอาทิตย์ที่อบอุ่นจึงกลับกลายเป็นก้อนน้ำแข็งตามเดิม เป็นหิมะที่ไม่มีวันละลาย ดินแดนที่ไร้ซึ่งแสงแดดมีแต่เพียงความมืดมิดและหนาวเหน็บตลอดกาล แต่ไม่คิดเลยว่าในวันนี้เราจะได้เห็นแสงสว่างของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาอีกครั้ง แสงแห่งรุ่งอรุณละลายธารน้ำแข็งและก้อนหิมะที่ปกคลุมอย่างใจเย็น ในขณะที่ดอกไม้ผลิยอดอ่อนชูช่อ ต้นไม้ใหญ่น้อยเริ่มผลิใบสีเขียวสดเตรียมรอรับฤดูกาลใหม่ เปลี่ยนดินแดนแห่งนี้ให้สวยสดงดงามยิ่งกว่าที่เคยเป็น ฤดูหนาวได้เวลาจบสิ้นลงแล้ว ทั้งที่พวกเราหวังให้เป็นอย่างนั้น แต่ว่า..พอผ่านพรุ่งนี้ไปแล้วพายุลูกใหญ่ก็จะผ่านเข้ามากระหน่ำซัดให้หวนเข้าสู่ฤดูหนาวไร้ซึ่งที่สิ้นสุดอีกครั้ง
พอแล้ว พวกเราไม่อยากเห็นมันอีกแล้ว ความผิดทั้งหมดพวกเราเป็นคนก่อขึ้นเองด้วยมือทั้งสองข้างนี้ แต่ทำไมกัน ทำไมคนที่ต้องมารับกรรมเหล่านั้นกลับเป็นคนที่เรารักยิ่งกว่าดั่งแก้วตาดวงใจของเราเอง
ครั้งนี้เราจะยอมถูกตราหน้าว่าเป็นคนชั่วช้า ถึงจะต้องถูกสาบให้ต้องทนทุกข์ทรมานแต่เราก็จะจับความหวังนี้เอาไว้ ไม่มีทางที่จะยอมปล่อยให้หลุดมือไปอีกเป็นอันขาด เราจะทำทุกทางให้ฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนดินแดนแห่งความหนาวเย็นอีกครั้ง เพราะมันคือการแสดงออกถึงความรักของเรา
...............................................................................

#1 By reryupyt (174.142.162.17) on 2009-10-21 06:07